...พี่รัช... 的个人资料♡♡♡Diary My_Travel♡♡♡照片日志列表更多 工具 帮助

日志


    12月16日

    สะบายดี หลวงพระบาง...วังเวียง

                            P1010782.jpg picture by rcdcwk
    ...ปีนี้ครอบครัวเราจะโกอินเตอร์กันใหญ่  ผลัดกันไปท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านต่างเมืองกัน 
    ซึ่งดูจะสวนทางกับยุคเศรษฐกิจที่เราควรอยู่อย่างประหยัด พอเพียง 
    จริงๆ แล้ว เราก็ไม่ได้ร่ำรวย มีเงินมากมายที่นึกอยากจะไปเที่ยวไหนๆ ได้ตามสบายใจชอบ
    ก็อาศัยเก็บหอมรอมริบ วางแผนค่อยๆ เก็บเงินมา
    เราตั้งใจว่า จะพาป๊าได้ไปเที่ยวเมืองจีนสักครั้ง รู้ว่าเป็นความใฝ่ฝันของป๊าอย่างหนึ่ง 
    ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เหนือบ่าฝ่าแรงที่เราจะทำให้ได้   เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราพาป๊าไปตรวจสุขภาพ
    พอรู้ว่าป๊าเริ่มมีโรคประจำตัว สุขภาพเริ่มไม่ค่อยดีนัก  เราไม่อยากรอ  ตัดสินใจดูโปรแกรมทัวร์เที่ยวเมืองจีนปีนี้เลยดีกว่า 
    ซึ่งสนใจทริปจิวจ้ายโก่ว  เดิมทีเราจะเดินทางไปเที่ยวจิวจ้ายโก่วกับป๊าและโกด้วย
     
     
     แต่พอเราได้อ่านหนังสือ Trip ฉบับพิเศษเที่ยวลาวเหนือ ซึ่งมีภาพท่องเที่ยวหลวงพระบาง วังเวียง ก็รู้สึกสนใจ 
    ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่ในใจเราและครอบครัว ตั้งใจกันไว้ว่าจะหาโอกาสได้ไปเยือนสักครั้ง 
    วิญญาณนักบัญชีก็เริ่มเข้าสิง สมองทำงาน คิดคำนวณ ค่าตั๋วเดินทางของเราไปเที่ยวจิวจ้ายโก่วนี่
    สามารถพาครอบครัวไปเที่ยวหลวงพระบาง วังเวียงได้ทั้งหมดเลยนะนี่ กำไรเห็นๆ มี หรือนักบัญชีอย่างเราจะไม่เลือก อิอิอิ
    เราตัดสินใจไม่ไปเที่ยวจิวจ้ายโก่ว เลือกที่จะพาครอบครัวไปเที่ยวหลวงพระบาง วังเวียงแทน อย่างไม่ลังเลเลย
     
     
     
    เดิมที เรา กะว่าติดต่อขับรถเข้าไปเที่ยวเอง  แต่พอค้นหาข้อมูลในเรื่องการติดต่อเดินทาง ดูข้อมูลแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิด
    ก็คิดว่าขับรถไปจอดที่หนองคาย แล้วหาบริษัททัวร์ นำเที่ยวหลวงพระบางดีกว่า 
    เราก็เริ่มค้นหาข้อมูลบริษัททัวร์ที่พาเที่ยวหลวงพระบางทางอินเตอร์เนต 
    เรานึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นใน multiply เจ้าต้น เขามีโปรแกรมทัวร์พาเพื่อนไปเที่ยวหลวงพระบาง วังเวียงนี่หน่า 
     

    P1000398.jpg picture by rcdcwk

    วิญญาณนักบัญชีเริ่มเข้าสิงอีกครั้ง  ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงิน เรื่องทอง ประมาณว่าจะไปหักคอเพื่อนหรอกนะ 55555

    แค่คิดว่า ใช้บริการเพื่อนดีกว่า อย่างน้อยมีส่วนได้ช่วย หรือเป็นกำลังใจให้เพื่อนทางอ้อมได้บ้าง  ว่าแล้ว ไม่รอช้า เราก็โทรศัพท์ติดต่อเจ้าต้นทันที


    พูดถึงเจ้าต้นแล้ว เป็นเพื่อนรู้จักสมัยเที่ยวทริปภูสอยดาวเมื่อ 4-5 ปีมาแล้ว ซึ่งเราก็ยัง ติดต่อถามสาระทุกข์ สุขดิบเพื่อนๆ บ้างตามโอกาส  สมัยก่อนเวลาโทรศัพท์คุยกัน เขามักจะเล่าความฝันในเรื่องทำทัวร์ให้ฟัง เราก็ให้กำลังใจน้อง  ถ้าเราไม่ละทิ้งความพยายาม สักวันหนึ่งฝันนั้นจะเป็นจริง มาวันนี้ เราเริ่มเห็นฝันของเขานั้น เริ่มเป็นรูป เป็นร่างขึ้นมา ก็รู้สึกพลอยชื่นชมยินดี ดีใจ กับความตั้งใจพยายามของเขาด้วย

    หลังจากกลับเที่ยวทริปหลวงพระบางมา  ป๊ากับแม่จะพูดถึงเจ้าต้นว่า ดูโหงวเฮ้ง การวางตัว การทำงาน การตัดสินใจแล้ว คิดว่าเขาสามารถทำงานอาชีพนี้ไปได้ดีทีเดียว

     หลังจากติดต่อใช้บริการทัวร์เจ้าต้นแล้ว ก็เหลือวันเดินทางที่ยังสรุปไม่ได้
     เราเริ่มจากคนที่น่าจะมีปัญหาลางานยากก่อน คือน้องสาวคนเล็ก ทำงานราชการ 
    ตามด้วยน้องชาย ทำงานรัฐวิสาหกิจ  ให้พวกเขาไปวางแผน ลางาน ดูว่าจะลางานได้ช่วงไหนบ้าง 
    สรุปแล้ว น้องสาวคนเล็กลางานไม่ได้ เป็นที่น่าเสียดายมาก
    เราตั้งใจอยากจะพาครอบครัวไปเที่ยวทั้งหมดพร้อมหน้าพร้อมตากัน
    ส่วนน้องชายลางานได้ แต่ยังลังเล เขาไปเที่ยวเนปาลกลับมากระเป๋าแห้ง
    พิมพ์แบงค์ไม่ทันใช้  ไม่ค่อยอยากจะไปนัก  เราบอกว่า ทริปนี้เราเป็นเจ้ามือเอง 
    ก็เลยมีรายการแซวตามมาว่า ปีหน้าน้ำท่าจะบริบูรณ์ 55555

     

    วันเดินทางจากบ้าน สู่หนองคาย 16/11/2550


    ประมาณบ่ายโมงกว่าของวันศุกร์ ล้อหมุนออกจากบ้านนครปฐม ขับรถแวะไปรับน้องชายที่ลำลูกกา 
    จากนั้นตีรถยาวไปหนองคาย  คืนนี้พวกเราค้างพักแรมที่หนองคาย 1 คืน
    ซึ่งเจ้าต้นติดต่อจองที่พัก รอพวกเราอยู่  กว่าพวกเราไปถึงที่หนองคาย ก็สี่ทุ่มกว่าเห็นจะได้

    จากหนองคายสู่หลวงพระบาง 17/11/2550

    เช้าวันใหม่ พวกเรากินข้าวต้ม ขนมปัง หน้าโรงแรม รสชาติอร่อยจริงๆ จำชื่อร้านไม่ได้
    เราก็กินข้าวต้ม โอวัลติน ตุนเสบียงลงท้องเต็มที่ ตามคำเชิญเจ้าต้น ที่บอกให้ทุกคนกินให้เต็มที่
    เพราะว่า มื้อเที่ยงพวกเราจะไปกินกันที่ บ้านกาสี ในฝั่งลาว อาหารอาจไม่ถูกปากนัก
    แต่คลาดการณ์ผิดถนัด  ตอนแวะกินข้าวเที่ยงที่บ้านกาสี  ส้มตำปลาร้า อร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียวหละ  อิอิอิ

    ก่อนเดินทางเราก็อ่านข้อมูลมาแล้วบ้าง  รู้ว่าเส้นทางไปหลวงพระบางนั้นเป็นทางขึ้นเขาตลอด
    ก็บอกให้ทุกคนกินยาเมารถกันไว้  ซึ่งเราก็อดกังวลห่วงแม่ไม่ได้ เพราะแม่เมารถตั้งแต่ขามาจากบ้านแล้ว
    พวกเราโดยสารเดินทางโดยรถตู้  ส่วนรถของเรานั้นจอดฝากไว้ที่โรงแรม เขาคิดค่าฝากวันละ 50 บาท 

    ผ่านชายแดนหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพมาฝั่งลาว  ก็แวะแลกเปลี่ยนเงินกันก่อน
    เราแลกเงินบาทไทย 1,000 บาท ได้เงินลาวมา 283,000 กีบ   สรุปเงินที่เราแลกไปไม่ได้ใช้
    คนที่ใช้ ไม่ใช่ใครอื่น นักช้อปปิ้งตัวยงประจำบ้าน...เป็นใครเดี๊ยวจะเล่าให้ฟังช่วงหลัง

    ไม่ได้มาเที่ยวเวียงจันทร์หลายปี ดูเปลี่ยนแปลงไปกว่าเดิมเยอะ สำหรับเราแล้ว ความเจริญที่มีตึกผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
    หรือรถราเยอะแยะมากมายนั้น ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกตื่นตา ตื่นใจหรือมีเสน่ห์ดึงดูใจต่อเราเลย 
    เรานั่งมองด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เพราะว่าไม่เห็นในสิ่งที่อยากเห็น สภาพแบบนี้เราเห็นในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
    รู้สึกว่า เจ้าความเจริญนี่ ทำให้ทุกที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันเลยแหะ
    เรานั่งจินตนาการ ดินแดนที่ดึงดูดใจเราให้ดั้นด้นไปเยือนนั้น จะเปลี่ยนแปลงเป็นแบบนี้ไหมหนอ!

     

         P1020279.jpg picture by rcdcwk

     

    กว่าจะเดินทางดั้นด้นไปถึง พวกเราต่างผลัดกันเมารถ  ขนาดว่าบางคน กินยาเมารถกันมาแล้วนะ  
    มีแม่ที่ไม่เมารถเลย โชคดีจริงๆ  เห็นโกศรี น้องหลิน เจ้าน้องมาร์ค อ้วกแล้วอ้วกอีก 
    เรารู้สึกสงสาร ถ้าเมารถแทนได้ก็อยากจะเมาแทน

    เราเข้าใจความรู้สึกของคนเมารถเป็นอย่างดี เพราะก็เคยเป็น  อารมณ์ในยามเมารถของเราสุดจะบรรยาย
    งี่เง่าอย่าบอกใครเชียว  ก็นึกภาพแล้วกัน ขนาดเพลงโปรด แสนชอบของเราหนักหนา
    ถ้ามาเปิดในยามที่เรากำลังเมารถ  เพลงนั้นจะเป็นเพลงที่เราเกลียดได้ในบัดดล  55555
    เวลาเมารถ ความเงียบเท่านั้นที่เราต้องการ ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากตัวเราเอง
    ทริปนี้ถือว่าโชคดีที่เรารู้สึกแค่มึนๆ เวียนหัวบางครั้งเท่านั้น      

    วิวทิวทัศน์ช่วงระหว่างทางจากบ้านกาสีไปหลวงพระบาง ช่างงามจริงๆ 
    เรารู้สึกตื่นตา ตื่นใจ  ท้องฟ้าเป็นใจ เปิดใส น่าแวะเก็บภาพถ่ายรูป 
    แต่กลัวว่าจะเสียเวลา ไปถึงที่หลวงพระบางมืดค่ำ  เราเก็บภาพถ่ายจากบนรถมาบ้าง
    นอกนั้นได้แต่เก็บบันทึกภาพความสวยงามเหล่านั้น ด้วยสายตาเก็บไว้ในความทรงจำ

     

    สะบายดี...หลวงพระบาง

    ช่วงหัวค่ำ พวกเราก็มาถึงหลวงพระบาง  เจ้าต้นติดต่อหาที่พักแรมเสร็จ ก็พาพวกเราไปนั่งกินข้าวที่ริมน้ำโขง      
    ก็มีเมนูอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารลาว และฝรั่ง  รสชาติอร่อย และสะอาด
    ที่บ้านจะติดใจ สลัดผักน้ำ  ไคแผ่นทอด สปาเก็ตตี้  มากินที่นี่ 2 มื้อก็จะสั่งกินทุกมื้อ
    และเมนูเด็ดทุกมื้อที่ไม่พลาด ส้มตำปลาร้า รสชาตินวน แซบหลาย

    หลังจากนั้นพวกเราไปเดินช้อปปิ้งกันที่ตลาดมืด  เดินย่อยอาหารกันก่อนเข้านอน
     คืนนี้เราได้สัมผัสบรรยากาศรอบๆ แค่เพียงเสี้ยวหนึ่ง แต่ก็ทำให้เรารู้สึกชอบใจ บรรยากาศนั้นเงียบ สงบ จริงๆ 
    ซึ่งสภาพบ้านเมืองก็มีความเจริญเข้ามาปะปนบ้าง  แต่ไม่มาก
    ซึ่งหากเปรียบดั่งหญิงสาว แต่งเติม ทาแป้ง ทาปาก วาดคิ้ว ดูสวยพองาม

     

    18/11/2550

     

    รุ่งขึ้นวันใหม่  เตรียมความพร้อมเพื่อไปทำความรู้จัก  ประเดิมชมธรรมชาติที่น้ำตกกวางสี ชมความงามจิตรกรรมวัดเชียงทอง และชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองบนพระธาตุพูสี  
    ซึ่งก่อนออกเดิน กองทัพเดินด้วยท้อง  พวกเราแวะกินข้าวเช้าตุนเสบียง ที่ร้านอาหารนางแลกันก่อน ก็เลือกอาหารตามใจชอบ หากใครชอบกินของแปลก ก็จะเป็น...อะไรหนอ เรียกไม่ถูก คล้ายกระหรี่ปั๊ปบ้านเรา และขนมปังยัดไส้เครื่องปรุงหลากหลาย  ส่วนคนไม่ ชอบกินของแปลกอย่างเรา สั่งข้าวต้ม โอวัลตินเหมือนเคย 

     

    น้ำตกกวางสี

    ที่บ้านถามเส้นทางไปน้ำตกกวางสี ลดคดเคี้ยวไหม  เจ้าต้น กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
    ที่โกศรีถามว่าเส้นทางจากเวียงจันทร์มาบ้านกาสี ทางโค้งเยอะไหม!  เจ้าต้นบอกธรรมดา  
    โกศรีไม่กินยาเมารถคนเดียว เล่นเอาโกศรีเมารถ อ่วมไปเลย 55555  งานนี้เจ้าต้นก็เลย ตอบไปว่า กินกันไว้ก่อนเลยครับ 

    เราคนหนึ่งกลัวเมารถ เลยกินกันไว้ก่อน  แต่ยาดันมาออกฤทธิ์เต็มที่ ตอนที่ถึงน้ำตกกวางสีนี่สิ 
    ตามธรรมดาตาก็ไม่มีเหล่าเต้งอยู่แล้ว  ทีนี้ก็เหมือนคนหลับตาเดิน ท่าทางเดินเหมือนคนจะหมดแรง  
    แต่พอเราได้ไปเห็นน้ำตกเท่านั้นแหละ  รู้สึกตื่นตาตื่นใจ  หูตาสว่างทันที 
    น้ำตกกวางสี เป็นน้ำตกสูง ไหลตกจากหน้าผา ซึ่งมีความสวยงามทีเดียว
    น้ำก็เขียวใสแน๋ว สะอาดน่าเล่นมาก  แต่ที่เห็นน้ำตกที่นี่ให้เล่นน้ำได้รู้สึกชั้นแรกเท่านั้น


    พูดถึงเล่นน้ำตก เราไปเที่ยวน้ำตกที่ไหน ทีไร ไม่เคยลงเล่นน้ำกับเขาหรอก อิอิอิ
    ไปถ่ายรูปแล้วก็กลับ น้องชายชอบแซวประจำ  ที่ไม่เล่นเพราะว่า  ตะคริวชอบกินขานะ
    อีกอย่างเราเป็นผู้หญิงเวลาจะเล่นน้ำที ต้องหอบเสื้อผ้าไปเปลี่ยนอีกชุด ถ้าไม่มีห้องน้ำเวลาผลัดเปลี่ยนก็ลำบาก
    ไม่สะดวกสบายเหมือนผู้ชายที่ถอดเสื้อกางเกงเสร็จ เหลือกางเกงขาสั้นตัวเดียว กระโดดตูม ลงน้ำได้แล้ว 

            P1000644.jpg picture by rcdcwk

     

    ทริปนี้เราต้วมเตี้ยมเหมือนเคย ไปเดินเที่ยวชมถ่ายรูปมันส์ สนุก เพลินไปเลย  เราใช้เวลาถ่ายภาพน้ำตกแต่ละจุดนาน
     พยายามถ่ายภาพน้ำตกให้ดูพริ้ว ปรับค่า S ปรับชดเชยแสง ถ่ายเก็บไว้หลายภาพ
     บางมุมไปเจอแสงสาดเข้ามาที่ตัวน้ำตกมากทำเอาเราต้องเกาหัว ฮ้วย จะทำจะไดดีหนอ! 
    ขอคำแนะนำจากเจ้าต้น ก็เลยรู้ว่า เราต้องไปซื้อฟิลเตอร์มาใช้ช่วยลดแสงอีกตัวหนึ่ง
    พอกลับมาดูภาพที่บ้าน ภาพจะออกโอเวอร์เยอะเลย ก็ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมกันไป 

    เรามัวแต่ถ่ายรูปเพลิน เสียงท้องร้องเตือน จ๊อกกกก ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว
    รีบเดินกลับมาที่ร้านอาหารส้มตำ ไปถึงเห็นน้องสาว กำลังแสดงฝีมือตำส้มตำเองเลย น้ำยายใย๋ รสชาติแซบหลายแน่  อีกจานแม่ค้าลงมือตำเอง แต่รสชาติจานน้องสาวตำอร่อยกว่า อิอิอิ  

    พูดถึงส้มตำเป็นอาหารจานโปรดของเราอย่างหนึ่ง อยู่บ้านวันไหน  บอก...หลินเจ้อยากกินส้มตำ
    ประเดี๊ยวเราก็ได้กินแล้ว แต่ต้องดูอารมณ์ก่อนนะ ถ้าวันไหนน้องสาวไม่มีอารมณ์ 
    เราต้องไปเตรียมไสมะละกอ  เตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมเองก่อน แล้วค่อยเรียกน้องสาวมาตำให้ ถึงจะได้กิน  55555 

     

    วัดเชียงทอง

    P1000877.jpg picture by rcdcwk

    พวกเราเดินทางไปเที่ยววัดเชียงทองกันต่อ  เป็นวัดที่อยู่ในใจเรา ตั้งใจอยากจะมาชมภาพความงามศิลป จิตรกรรม บันทึกด้วยสายตาตัวเอง จากที่เคยได้แต่ชมภาพความงามตามหนังสือท่องเที่ยว ตามเว็ปไซด์มานาน 

    ได้มาเยือนไม่รู้สึกผิดหวัง เรียกได้ว่า เป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งทีเดียว พระอุโบสถมีเอกลักษณ์โดดเด่น แสดงถึงความเป็นหลวงพระบางขนานแท้ หลังคาพระอุโบสถนั้นซ้อนลดหลั่นกันอยู่ 3 ชั้น ดูงามอ่อนช้อย

    ที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง คือส่วนกลางหลังคาอุโบสถประดับด้วย ช่อฟ้า ยอดสีทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ เปรียบดั่งศูนย์กลางของจักรวาล ประตูพระอุโบสถแกะสลักด้วยลวดลายสวยงามมาก 

    ด้านหลังพระอุโบสถ ตกแต่งประดับด้วยกระจกสีทอง เป็นรูปคล้ายต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ มีนกและสัตว์น้อยใหญ่อยู่อาศัย เราประทับใจเมื่อแรกเห็น ช่างงดงามจริงๆ 

    นอกจากนี้ภายในบริเวณวัด มีวิหารแดง เป็นวิหารขนาดเล็ก 2 หลัง ตั้งอยู่ด้านข้างพระอุโบสถ ผนังด้านนอกเป็นสีชมพู ซึ่งประดับด้วยกระจกสี เล่าเรื่องวิถีชีวิตชาวเมืองหลวงพระบาง  ซึ่งดูสวยงาม น่ารัก 

    เราเห็นน้องชาย กับโกศรีผลัดกัน ขึ้นไปเป็นนายแบบ นางแบบ ตรงช่องหน้าต่างวิหารแดงกันไปมา ดูแล้วเป็นมุมที่สวยมุมหนึ่งทีเดียว  เรานั้นสลัดกล้อง ขอไปเป็นนางแบบบ้างสิ

    พูดถึงนางแบบ ทริปนี้พวกเราไปเจอสาวงามคนหนึ่ง เป็นชาวจีนหรือเกาหลีก็ไม่รู้ ดูแล้วท่าจะฉายเดี่ยวไปเที่ยวคนเดียว มาขอวานให้เจ้าต้นเป็นตากล้อง เดี๊ยวผลัดมาให้เจ้าม้อน้องชายเป็นตากล้องถ่ายภาพให้บ้าง 
    เราเห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ไม่ให้ยิ้มได้ไง คิดดูดิ เราก็ยืนอยู่ ทำไมไม่มาวานใช้เราเป็นตากล้องบ้างหนอ! 55555         

       

    พระธาตุพูสี

    เราใช้เวลาอยู่ที่วัดเชียงทองกันนานมาก   ดีนะช่วงหลังมา น้องชาย กับโกศรีเริ่มติดใจกับการถ่ายภาพ
    ก็เลยมีเพื่อนถ่ายภาพนานหน่อย  ถ้าเป็นสมัยก่อน  เรามัวแต่ต้วมเตี้ยมถ่ายภาพอยู่คนเดียว
    คนอื่นเดินๆ ดูสถานที่เสร็จ กลับไปรอที่รถแล้ว  เรากลับมาที่รถช้า จะโดนแซว โดนบ่นอุบทุกที

    นี่เราก็หาวิธีชักจูงให้เจ้าน้องชายมาสนุกกับการเขียนเรื่องเล่าการเดินทางได้แล้ว  
    อยากให้เขามี multiply เป็นของตัวเอง ไว้เก็บเรื่องเล่าการเดินทางเอาไว้
    สมัยก่อนเวลาเขาไปเที่ยวไหน เขาก็จะเขียนโม้เล่ายาวเลย ส่งให้เราและเพื่อนเขาอ่านทางอีเมล์
    ซึ่งเราอ่านแล้วชอบสไตล์การเขียนเรื่องเล่าของเขามาก มันส์ดี 
    ซึ่งถ้าใครอยากอ่านสไตล์การเขียนเรื่องเล่าไปเที่ยวหลวงพระบางของเขา
    คลิกที่นี่

     

            P1000945.jpg picture by rcdcwk

     

    พวกเรามุ่งหน้าไปขึ้นพระธาตุพูสี เพื่อไปชมพระอาทิตย์ตก และชมวิวทิวทัศน์เมืองหลวงพระบาง
    ช่วงเดินขึ้นไป ทำเอาเราหอบไปหลายแฮก เหนื่อยจริงๆ  คนขี้เกียจออกกำลังกายเป็นแบบนี้แหละ
    ข้างบนมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมายืนชมวิวทิวทัศน์ และรอชมพระอาทิตย์ตกกันเยอะเหมือนกัน
    เราเห็นท้องฟ้าที่ปิดแล้ว ก็ทำใจกับธรรมชาติ  เดินหามุมเก็บภาพวิวทิวทัศน์หลวงพระบางแทน

    ด้านบนนี้ เราสามารถมองเห็นตัวเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ ทั้งฝั่งแม่น้ำโขง และฝั่งแม่น้ำคาน
    ซึ่งก็ ดูสวยงามไปคนละแบบ   เรายืนถ่ายภาพสักพัก เจ้าน้องชายพยักหน้า ชวนกันกลับลงมา
    มาถึงบันไดชั้นล่าง  เด็กขายของก็มารุมให้เจ้าน้องชายช่วยซื้อของ น้องชายก็อดซื้อช่วยเด็กไม่ได้
    ช่วงที่รอน้องชาย เราก็ยืนเก็บภาพฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งเป็นภาพวังเจ้ามหาชีวิตในยามค่ำคืน

    ตลาดมืด


    พวกเราไปเดินเที่ยวตลาดมืดกันทุกคืน  ที่เดินชม ที่เห็นมีเยอะ ก็จะเป็นพวกผ้าปูที่นอน ปอกหมอน
    กระเป๋าทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่  ซึ่งล้วนเป็นงานทำด้วยมือ มีหลากหลายราคาแล้วแต่เนื้อผ้า
    หรือลวดลายที่ปักมากปักน้อย   เห็นโกศรีซื้อมา 2-3 ผืนได้   นอกจากนั้นก็มีผ้าทอ  เสื้อผ้า
    ภาพวาด โคมไฟ รองเท้าใช้เดินในบ้าน ฯลฯ   เห็นเจ้าม้อซื้อเสื้อแขนยาวพื้นเมืองไป 2 ตัว
    และก็ไม่เบอร์ห้า ใส่วันรุ่งขึ้นเลย และก็อะไรอีกไม่รู้ จุ๊กจิ๊กมากมาย

    ส่วนน้องหลินก็เห็นผ้าทอไม่ได้  เข้าไปชมได้ผ้าถุงผืนงามมา 1 ผืนไม่เบอร์ห้า ใส่เลยเหมือนกัน  
    ส่วนเราตั้งแต่เก็บบ้าน คราวก่อน เห็นข้าวของเครื่องใช้มากมาย ที่บ้านชอบซื้อมาเพราะความถูก
    ไม่ได้ใช้กองเต็มไปหมด  ก็พยายามเตือนตัวเองทุกครั้งที่ซื้อว่า
    เรามีแล้วหรือไม่!  ถ้ามีก็จบไม่ควรซื้ออีก   ถ้าไม่มี จำเป็นต้องใช้ไหม! ไม่จำเป็นก็จบ
    ถ้าจำเป็นซื้อไปแล้วเราไปใช้แน่นอน  ค่อยดูราคา ตัดสินใจซื้อ  
    สรุปเราเลยไม่ได้ซื้ออะไร เพราะแต่ละอย่างล้วนมีแล้ว  ถ้าไม่มี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ จบ 55555 

          P1010069.jpg picture by rcdcwk

    คนที่ทำลายสถิติ ใช้เงินที่แลกมาหมดก่อนใครเพื่อนไม่ใช่อื่น คือ เจ้าม้อน้องชายนั่นเอง
    คืนหนึ่ง เราเห็นเจ้าน้องชายไปคุยกับ แม่ค้าขายเสื้อ ซึ่งเป็นสาว หน้าตาน่ารัก ๆ 
    สักพักหนึ่ง  เขาส่งถุงเสื้อมาให้เรา  อะรัชเราซื้อให้  เรารับเสื้อมาแบบงงๆ 
    นึกในใจด้วยความสงสัย เอ...มานตั้งใจซื้อให้เรา หรือเราได้เพราะความฟลุ๊คฟะเนี้ยะ 55555

     

           
    19/11/2550

    ใส่บาตรข้าวเหนียว

           

    วันนี้เราต้องตื่นนอนตีสี่ เพื่อไปรอใส่บาตรข้าวเหนียว ตามธรรมดาในชีวิตประจำวัน
    เราจะเป็นจำพวกคุณนายตื่นสาย อิอิอิ แต่งานนี้เราจะพลาดได้ไงถึงจะตื่นเช้าแค่ไหนเราก็ยอม  
    ช่วงฟ้าเริ่มส่าง เห็นคณะทัวร์ฝรั่งมาเต็มคันรถบัสมินิ มายืนรอชม การใส่บาตรข้าวเหนียว
    ซึ่งพวกเราก็เลยกลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ไปโดยปริยาย    ช่วงใส่บาตรพระ พวกเราใส่บาตรกันแทบไม่ทัน
    ส่วนเราใส่บาตรพระก็อยากใส่   อยากถ่ายรูปก็อยาก 
    เราเลยใช้วิธีปั้นข้าวเหนียวใส่บาตรพระก้อนโตหน่อย ข้าวเหนียวจะได้หมดเร็ว ๆ
    พอข้าวเหนียวหมดกระติ๋บ เราก็สวมวิญญาณตากล้องเก็บภาพครอบครัวต่อทันที อิอิอิ

     

           P1010112.jpg picture by rcdcwk

     

    ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่า ทำไมใส่บาตรแต่ข้าวเหนียวอย่างเดียว  ไม่มีกับข้าว ขนม น้ำ  พระจะฉันท์อาหารอย่างไร
    ก็ได้ความรู้จาก อ้าย(พี่)เพชร  พี่คนขับรถ  ซึ่งจะคอยอธิบายให้ความรู้  ตอบข้อสงสัย ให้กับครอบครัวเราตลอด
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม วิถี ความเป็นอยู่ เรื่องภาษาฯลฯ 
    โดยเฉพาะน้องชาย ที่จะเป็นเจ้าหนูทำไม จะสงสัย คอยซักถามตลอด ซึ่งทำให้เราได้ความรู้ไปด้วย

    แถมอ้ายเพชรแกขับรถดีมากๆ จนครอบครัวเราต่างประทับใจกัน
    ตอนวันกลับครอบครัวเราให้ทิบตอบแทนน้ำใจแกไป หนึ่งพันบาท

    วกกลับมาเรื่องใส่บาตรข้าวเหนียวกันต่อ  ที่ถามอ้ายเพชรว่า 
    ทำไมใส่บาตรแต่ข้าวเหนียวอย่างเดียว ไม่มีกับข้าว ขนม น้ำ!
    ก็ได้คำตอบว่า   ในส่วนกับข้าว ขนมต่างๆ นั้น จะมีผู้เฒ่า แม่เฒ่า ทำใส่ปิ่นโต ตามไปถวายให้พระที่วัด 
    และไปอยู่ถือศีลที่วัด  จนหลังเพลถึงจะกลับบ้าน
    ซึ่งเราฟังแล้ว ก็ไม่ต่างกับ ผู้เฒ่า แม่เฒ่า แถวชนบทบ้านเรา  
    ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราคิดไว้ ในยามเราแก่เฒ่า ก็จะทำแบบนี้เช่นกัน
    แต่ทุกวันนี้จะตื่นเช้าๆ ไปใส่บาตรพระแทบนับครั้งได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวันเกิด หรือวันสำคัญสะมากกว่า
    ในวันนี้เรายังไม่ปฎิบัติเลย ในภายภาคหน้า  เราเป็นแม่เฒ่า
    เราจะทำอาหารไปถวายพระ และอยู่ถือศีลที่วัด อย่างที่ตั้งใจไหมหนอ! 

    พวกเราไปเดินเที่ยวชมตลาดยามเช้ากันต่อ  ซึ่งก็ได้เห็นวิถี ที่เรียบๆ ง่ายๆ  
    ได้เห็นผักแปลกๆ บางอย่างที่ไม่เคยเห็น  ซึ่งเจ้าน้องชายจะสนใจเป็นพิเศษ
    จะแวะคุย ถามกับแม่ค้าเกือบทุกร้าน   แม่ค้าก็ใจดี  ยิ้มแย้มตอบทุกครั้งที่ถาม
    มื้อเช้าวันนี้ เราจะไปกินกาแฟกันที่ร้านประชานิยม  น้องสาว สั่งกาแฟมากิน บอกว่ารสชาติดี กลมกล่อมทีเดียว
    ส่วนเราได้ชิมโอวัลตินชง รสชาติก็อร่อยกลมกล่อมเช่นกัน

    น้ำตกตาดแส้

    จากนั้นพวกเราเดินทางไปเที่ยวน้ำตกตาดแส้กันต่อ   ไปถึงพวกเรานั่งเรือล่องแม่น้ำคานเพื่อไปชมน้ำตก
    วิวทิวทัศน์ ริมสองฝั่งน้ำ จะเห็นแปลงผักที่ชาวบ้านปลูก หลากหลายชนิด
    น้ำท่าอุดมสมบูรณ์แบบนี้ ผักจะไม่งามได้อย่างไร
    ช่วงนั่งเรือ เรามองน้ำก็เสียวเหมือนกัน ไม่มีเสื้อชูชีพให้ใส่ 
    ครอบครัวเราว่ายน้ำกันไม่เป็นด้วย   มีแต่เจ้าน้องมาร์คที่ว่ายน้ำได้
    ก็พยายามคิดในแง่ดี เราเป็นคนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้อยู่แล้ว  คิดเข้าข้างตัวเองสะไม่มี อิอิอิ

        

           P1010504.jpg picture by rcdcwk

    น้ำตกตาดแส้ จะแตกต่างกับน้ำตกกวางสี  น้ำตกที่นี่จะเป็นแอ่งน้ำกว้าง ไหลหลดลั่นลงมา
    ส่วนที่เหมือนกัน ตรงที่น้ำนั้นใสแน๋ว น่าเล่นเหมือนกัน  ซึ่งสามารถเล่นน้ำได้สะดวก
    บรรยากาศรอบๆ ดูร่มรื่น  ดูน่าพักผ่อนหย่อนใจจริงๆ  พวกเราต่างแยกย้ายไปตามสไตล์ความชอบ
    น้ำตกน่าเล่นแบบนี้ มีหรือเจ้าน้องมาร์คจะพลาด ว่ายน้ำโชว์ ให้กับครอบครัวเรา สนุกเพลินไปเลย
    บรรยากาศเป็นใจ เห็นเจ้าม้อ แอบนั่งหลับงีบ พักผ่อนสบายไปเลย
    ส่วนเราง่วงนอนก็ง่วงอยู่ แต่วิญญาณตากล้องเข้าสิง ก็สนุกเพลินกับการถ่ายรูป
    พวกเราพักผ่อนอยู่ที่นี่ได้สักพัก เดินทางกลับ

    มื้อเที่ยงวันนี้ พวกเราจะไปกินข้าวที่ร้าน เทพบุปผา  ซึ่งเมื่อคืนพวกเราก็มากินกันที่ร้านนี้
    มาถึงก็สั่งเมนูเด็ด อาหารจานโปรด ที่เมื่อคืนกินแล้วติดใจ ก็จะมี
    สลัดผักน้ำ  พลาดไม่ได้ ปลาทอดราดพริก  เป็นปลาแม่น้ำ อร่อยจริงๆ
    ร้านสวยมีสไตล์  บริการต้อนรับดี เจ้าของอัธยาศรัยดี แถมสวยน่ารักอีกด้วย 
    สมกับคำที่เจ้าต้นได้เขียนพรรณาไว้ ต้องมนต์เสน่ห์ความงามของ สาวเจ้านามว่า คำวอน อิอิอิ
    "พี่รัช ผมเห็นนิ้วนางข้างซ้ายเขาใส่แหวนแล้วหงะ"   เราแซวกลับ "อย่างนี้ ต้นก็กินแห่วนะสิ" 55555

    วัดวิชุน พระธาตหมากโม

    พวกเราไปเที่ยววัดวิชุน พระธาตุหมากโมกันต่อ   อุโบสถ(สิม) วัดนี้จะแตกต่างกับวัดเชียงทอง
    สถาปัตยกรรมวัดเชียงทองนั้น จะเป็นแบบชาวล้านช้าง   ส่วนสิมวัดวิชุนนั้นจะเป็นแบบไทยลื้อ
    จุดเด่นที่น่าสนใจ ที่สำคัญของวัดนั้น คือ พระธาตุหมากโม
    รูปทรงพระธาตุนั้นจะคล้ายผลแตงโมผ่าครึ่ง ซึ่งแตกต่างกับพระธาตุทั้งหลายในเมืองลาว

                   

          P1010729.jpg picture by rcdcwk

     

    หอพิพิธภัณฑ์ หรือ พระราชวังเดิมเจ้ามหาชีวิต

    มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กันต่อ  หอพิพิธภัณฑ์ ขนาบด้วยต้นตาลขนาดใหญ่
    เรียงเป็นแถวทั้งซ้ายขวา ดูเป็นจุดเด่น นำสายตาต่อผู้เยือนอย่างเรายิ่งนัก
    ลักษณะสถาปัตยกรรมนั้น ผสมผสานกันระหว่างตะวันออกและตะวันตก
    ก่อนพวกเราจะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ด้านใน พวกเราเก็บภาพหมู่เป็นที่ระลึกกันก่อน
    ในส่วนด้านในพิพิธภัณฑ์นั้น  ไม่อนุญาติถ่ายรูป 
    กล้องถ่ายรูปนั้นจะต้องนำไปฝากที่ตู้เก็บของ  เจ้าต้นไม่ได้เข้าไปชม เราฝากกระเป๋าให้เจ้าต้นไว้
    ด้านในพิพิธภัณฑ์นั้นแบ่งเป็นหลายห้อง  แต่ละห้องจัดแสดงสิ่งของ เครื่องใช้แตกต่างกันไป
    เราเดินชมรู้สึกตื่นตา ตื่นใจ กับพระพุทธรูปโบราณ และวัตถุโบราณต่างๆ
    ในส่วนห้องบรรทมเจ้ามหาชีวิต และเชื้อพระวงศ์นั้น ภายในจัดตกแต่ง สิ่งของเครื่องใช้ 
    ดูเรียบง่าย  สมถะ  และสง่างามอย่างลงตัว

     

          P1010781.jpg picture by rcdcwk

     

    วัดใหม่สุวรรณภูมาราม

    พวกเราไปเที่ยววัดใหม่สุวรรณภูมารามกันต่อ  ซึ่งอยู่ใกล้กับหอพิพิธภัณฑ์
    ไปถึงเราสะดุดตากับผนังด้านนอกพระอุโบสถ
    เป็นภาพปูนปั้นลงรักปิดทอง  ดูเหลืองอร่ามงามตายิ่งนัก
    ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีพระพักตร์งดงาม
    ซึ่งเราเคยเห็นพระพุทธรูป รูปทรงเครื่องแบบนี้ ถ้าจำไม่ผิดอยู่ที่วัดหน้าพระเมรุ  อยุธยาบ้านเรา

     

           P1010847.jpg picture by rcdcwk

      หลังจากพวกเราท่องเที่ยวสถานที่สำคัญต่างๆ หมดแล้ว  พวกเราก็ออกอาการสะลึมสะลือ ง่วงนอน
    เจ้าต้นอยากให้ลูกทัวร์ดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น เสนอไอเดีย พาพวกเราไปกินน้ำผลไม้ปั่น ที่ริมน้ำโขง
    ซึ่งก็ช่วยทำให้รู้สึกคลายอาการง่วงนอนไปได้ ไม่น้อยทีเดียว

    อาหารมื้อเย็นพวกเรามากินกันที่ ร้านอาหารริมโขงเหมือนเคย หลังจากนั้นเดินเที่ยวชม ซื้อของตลาดมืดกันต่อ  เดินเที่ยวชมไม่ดึกนัก กลับมาเตรียมแพ็คกระเป๋าเดินทาง  พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปค้างพักแรมที่วังเวียง

    สะบายดี...วังเวียง

     วันนี้พวกเราตื่นตีสี่ ออกเดินทางเร็วหน่อย ช่วงระหว่างทางจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
    แต่ฟ้าไม่เป็นใจ  ทะเลหมอกไม่มี    ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะรู้สึกเสียดาย ผิดหวังแล้ว 
    แต่พอเที่ยวบ่อยๆ  เริ่มรู้  และเข้าใจ ยอมรับความเป็นไปของธรรมชาติมากขึ้น 
    เริ่มเข้าใจธรรมชาติตัวเอง  เพราะความคาดหวัง
     เมื่อเราไม่พบสิ่งที่ตั้งใจหรือคาดหวังไว้  ก็เกิดความรู้สึกผิดหวังนั่นเอง

    ช่วงระหว่างขากลับลงมานี้  อ้าย(พี่)เพชร  จอดให้เราเก็บภาพวิวทิวทัศน์
    ก็แวะจอดเก็บภาพถ่ายรูปสองครั้งได้ ก็ไม่ให้จอดรถอีกแล้ว
    รู้สึกเกรงใจ  คนเมารถ ซึ่งก็อยากให้ถึงที่หมายไวไว
    วันนี้เจ้าน้องมาร์คเมารถหนักกว่าใคร  อ้วกแล้วอ้วกอีก 
    ซึ่งอ้าย(พี่)เพชร พี่คนขับแกก็มีน้ำใจ ช่วงโค้ง แกค่อยๆ ขับเข้าโค้งตลอด
    เรามารู้ทีหลังว่าช่วงเมารถ เจ้าน้องมาร์คเขาประทับใจเจ้าต้นอีกเรื่อง
    ตรงที่เจ้าต้นอนุญาตให้เขาเอาขามาพาดบนตักเจ้าต้นได้  อิอิอิ

    พวกเราแวะกินข้าวเช้าที่ไหนหนอจำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าอากาศหนาวจริงๆ  เวลาพูด ควันออกจากปาก 
    น้องชายดูอุณหภูมิที่นาฬิกาเขา บอกว่า อุณหภูมิ 18 องศา
    ช่วงที่รอแม่ค้ากำลังทำก๋วยเตี๊ยวน้ำร้อนๆ  มาให้พวกเรากิน 
    เราเดินเที่ยวถ่ายภาพพวกเด็กๆ ที่กำลังจะไปโรงเรียน เพลินไปเลย

       

    มื้อเที่ยงพวกเราจะไปกินข้าวกันที่บ้านกาสี  ช่วงระหว่างทางไปนั้น เห็นคนเดินเต็มท้องถนนไปหมด
    ช่วงที่รถตู้ขับชะลอฝ่าด่านคลื่นคนออกไป  เรากับเจ้าต้นขอลงเดิน เพื่อเดินเก็บภาพถ่ายรูป
    น้องหลินเล่าให้ฟังทีหลังว่า  อ้ายเพชรพูดว่า  เขาเห็นคลื่นคนเยอะๆ มาจับจ่ายซื้อของไม่ชอบเลย
    มันทำให้วัฒนธรรม วิถีชีวิต ค่อยๆ เปลี่ยนไป   ชาวบ้านที่เคยอยู่อย่างพอเพียง
    เริ่มจะเก็บเงิน มาซื้อข้าวของ ที่ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นใช้กันมากขึ้น

    พวกเรามาถึงวังเวียงช่วงบ่ายได้ พวกเราแวะไปดูจุดที่เล่นน้ำ ล่องห่วงยางกัน
    เจ้าต้นถาม มีใครสนใจลงไปเล่นกันไหม  ทุกคนส่ายหน้า แดดร้อนเปรี้ยงเช่นนี้ ขอบายดีกว่า
    พอเข้าที่พักแรม ก็ต่างแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน
    เราเห็นบรรยากาศรอบรีสอร์ทสวยมาก อยากถ่ายรูปก็อยาก แต่ตาลืมไม่ขึ้นแล้ว ของีบหลับสักครู่

    พวกเราตื่นขึ้นมาตอนเย็น ก็ชวนกันไปเที่ยวรอบวังเวียงกันต่อ มีป๊ากับแม่ขอตัวพักผ่อนที่รีสอร์ท
    พอไปถึงตลาด พวกเราเห็น ร้านขายโรตี จอดเรียงรายหลายคัน ก็ตรงดิ่งเข้าไปซื้อกินกัน
    โรตีที่นี่แพงมาก ไม่แน่ใจว่าเท่าไร เพราะเจ้าต้นเป็นคนจ่าย อยู่ประมาณอันละ 30-40 บาทได้
    เจ้าต้นพาพวกเราลัดเลาะข้ามสะพานไม้  ไปอีกฝั่งหนึ่ง 
    ระหว่างเดินข้ามสะพาน เห็นวิวทิวทัศน์แล้ว อดบันทึกเก็บภาพไม่ได้ ช่างสวยจริงๆ
    บริเวณริมแม่น้ำ  เรียงรายไปด้วยม้านั่ง เก้าอี้นั่ง  เพิงไม้ แล้วผูกเปล
    ให้นักท่องเที่ยวเลือกตามสไตด์ความชอบ นอนเล่นพักผ่อนกัน
    บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ อากาศเย็นสบายๆ  นั่งชมความสวยงามวิวทิวทัศน์รอบๆ ช่างสุขใจจริงๆ
    เรา และครอบครัว่ ต่างก็รู้สึกชอบประทับใจ บรรยากาศริมแม่น้ำวังเวียงมาก 

    อาหารมื้อเย็นวันนี้เรากินกันที่รีสอร์ท ที่พักแรม เจ้าต้นสั่งอาหารมาเยอะเหมือนเคย
    ครอบครัวเราต่างบอกเจ้าต้นว่า  ไม่ต้องสั่งอาหารเยอะๆ แบบนี้  กินไม่หมดแล้วเสียดายของ
    อีกอย่างอยากให้เจ้าต้นมีเงินเหลือบ้าง  เจ้าต้นก็ไม่ฟัง   ไปทริปนี้เราน้ำหนักขึ้นมากกว่าใคร
    เพราะว่า ความเสียดายของ  ก็ทำหน้าที่กวาดรางทุกมื้อ เอิ๊กกกกก

         

    เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราเตรียมเดินทางกลับ ก่อนจะกลับก็ถ่ายภาพบรรยากาศรอบๆ รีสอร์ทเก็บเป็นที่ระลึก
    และให้เจ้าต้นพาครอบครัวกลับไปเที่ยวถ่ายภาพที่ริมแม่น้ำวังเวียงอีกครั้ง
    อากาศยามเช้า เย็นสบายๆ  รู้สึกสดชื่นจริงๆ   ในยามนี้เราเก็บเกี่ยวความสุข เติมพลังให้กับตัวเราเยอะๆ
    รู้ว่าเมื่อเรากลับไปปัญหาเรื่องงานกำลังรอคอยให้แก้ปัญหาอยู่
    มาถึงเวียงจันทร์ พวกเราแวะเที่ยวหอพระแก้ว ชมพิพิธภัณฑ์ โบราณวัตถุเก่าแก่กัน
    จากนั้นเที่ยวประตูชัย  เดินขึ้นบันไดไปชมวิวทิวทัศน์ด้านบน
    และสุดท้ายไปมนัสการกราบไหว้พระธาตุ ที่วัดพระธาตุหลวง  ช่วงที่เราไปมีงานประจำปีพอดี 
    ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าไป หากต้องการถ่ายรูป ภายในบริเวณวัด ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย
    ตอนแรกเรารู้สึก งงๆ   มาคิดอีกที คงเป็นวิธีหนึ่งที่หาเงินบุญเข้าวัดหน่ะ

    มาถึงหนองคาย  ไปยังโรงแรมที่พวกเราจอดรถฝากไว้
    พอเข้าเขตฝั่งไทยเราเปิดเครื่องโทรศัพท์  เป็นดั่งที่คลาดการณ์ไว้ เสียงโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสาย
    มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ประดังเข้ามา ต่างเร่งด่วนทั้งนั้น  แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายอะไร
    อาจเป็นเพราะ ได้ไปเติมพลังกาย ใจมาเยอะ  ก็บอกพวกเขาว่า จะกลับไปเคลียให้พรุ่งนี้
    เราตีรถตรงสู่ จ.อุดรธานี  เพื่อจะไปส่งเจ้าต้นขึ้นรถกลับบ้าน
    เจ้าต้นขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อเย็นครอบครัวเราอีกมื้อ พาไปกินแหนมเนือง อาหารขึ้นชื่อ จ.อุดร
    หลังจากกินอาหารอร่อยกันจนอิ่มเปร้ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ส่งเจ้าต้นเสร็จแล้ว 0
    เราขับรถตีตรงกลับบ้านนครปฐมเลย  กว่าจะถึงบ้านก็ตีสองกว่าเห็นจะได้
    เดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ก็เป็นอันสิ้นสุดของทริปนี้
    ซึ่งเป็นทริปหนึ่งที่ครอบครัวเราประทับใจกันมาก โดยเฉพาะแม่ ดูจะประทับใจเป็นพิเศษ

     

    评论

    请稍候...
    很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
    您没有输入任何内容,请重试。
    很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
    若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
    您的家长禁用了评论功能。
    很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
    您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
    因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
    完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
    您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

    若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


    还没有 Windows Live ID 吗?请注册

    引用通告

    此日志的引用通告 URL 是:
    http://diaryrcdcwk.spaces.live.com/blog/cns!EC0BC18E63755EC5!424.trak
    引用此项的网络日志