ช่วงปีใหม่ เราวางแผนเที่ยว ก็คิดไว้หลายแห่ง แต่กว่าจะตัดสินใจสรุปกันได้ว่า จะกลับไปเที่ยววังน้ำเขียวกันอีกครั้ง ก็ใกล้ถึงวันแล้ว ติดต่อจองที่พักก็เต็มหมด แต่ไม่เป็นอุปสรรคอะไรนัก เตรียมเต็นท์ไปกางพักแร
ม ซึ่งเราวางแผนคร่าวๆ คืนแรกจะนอนพักแรมที่ น้ำตกสวนห้อม ในเขตดูแล อช.ทับลาน อีกสองคืนกางเต็นท์พักแรมที่บ้านไร่โอโซน ทริปนี้เราค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวในเว็ปไซด์วังน้ำเขียว วางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง เลยรู้ว่าช่วงที่เราไปนั้น มีงานเบญจมาศบานในม่านหมอก และอีกแห่ง จิมทอมสันฟาร์ม ก็มีงานเปิดให้เข้าชมด้วย งานนี้พวกเราจะพลาดได้อย่างไร ที่ไหนยังไม่ได้ไป ไปคราวนี้จะตะเวณเที่ยวให้ทั่ว
วันเดินทาง
ทริปนี้ต่างจากทริปที่แล้ว ทริปก่อนจองบ้านพักได้ แถมมีห้องครัวพร้อม ต่างจากทริปนี้ ต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวไปทำอาหาร ประมาณครัวเคลื่อนที่ แพ็คไปเต็มหลังรถ งานนี้กะว่าไม่เข้าร้านอาหาร เน้นไปหุงหาทำกินกันเอง คิดถึงผักสดๆ ที่สวนลุงไกร นอกจากยกครัวแล้ว ทริปนี้เรายกครอบครัวไปกัน 2 ครอบครัว ซึ่งอีกครอบครัวจะตามมาสมทบทีหลัง
เราใช้เส้นทางปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ไป อ.นาดี เข้าเส้นทางหมายเลข 304 ไป อ.วังน้ำเขียว ช่วงระหว่างทางจาก อ.นาดี ไป อ.วังน้ำเขียว จะเป็นทางขึ้นเขา ซึ่งบางช่วงกำลังทำทางขยายเลนถนนอยู่ ทำให้การจราจรติดขัด รถเยอะมากกกก ที่หวาดเสียวก็จะเป็นพวกประเภท ขับปาดแซงกันไปมา เราเลยหยุดพักรถ เข้าไปเที่ยวใน อช.ทับลานกันก่อน
อุทยานแห่งชาติทับลาน
ภายในที่ทำการอุทยานฯ มีต้นลาน ขี้นรอบๆ กระจายไปทั่ว อ่านจากข้อมูลได้รู้ว่าต้นลานเป็นพันธ์ไม้ดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปาล์ม ลักษณะใบนั้นใหญ่เป็นรูปพัดคล้ายใบตาล ส่วนช่อดอกจะออกที่ยอดเมื่อมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งก็จะออกดอกจำนวนมาก เมื่อช่อดอกบานจะติดผลกลมสีเขียว พอผลแก่ก็จะร่วงลงพื้น จะงอกเป็นต้นใหม่ ส่วนต้นแม่ก็จะตายจากไป แถมการเจริญเติมโตก็ช้า ถึงว่าต้นลานจึงไม่ค่อยมีจำนวนมากนัก อยู่ อช.ทับลานได้สักพัก พวกเราเดินทางกันต่อ
พักแรมที่น้ำตกสวนห้อม
พวกเรามุ่งตรงไปหาที่กางเต็นท์ในสวนห้อมกันก่อน ปากทางเข้าอยู่แยกซ้ายเข้าซอยเทศบาล 4 บริเวณตลาดสดศาลเจ้าพ่อ (ตลาด 79) ไปถึง เห็นนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์กันเป็นจำนวนมาก พวกเราไม่เรื่องมาก หาที่ทำเลพอที่กางเต็นท์ได้ อยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำนักก็ใช่ได้แล้ว ขืนไปเดินหาที่ทำเล วิว บรรยากาศดีๆ ก็พอดีไม่มีที่กางเต็นท์ เพราะมีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เราสอบถามเจ้าหน้าที่ ทางไปน้ำตกสวนห้อม เจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยมีน้ำ ได้ยินเช่นนี้ นอนพักเอาแรงดีกว่า พอเย็น อากาศก็เริ่มเย็น ต้องรีบไปอาบน้ำ แถมห้องน้ำมีแค่ 4 ห้องเอง แต่ก็รอไม่นานเท่าที่คิด สงสัยจะมีคนซักแห้งกันเยอะ อิอิอิ คืนนั้นเราหลับไปพร้อมกับเสียงเพลงคาราโอเกะที่ร้องครวญใกล้ๆ เต็นท์ เขาร้องได้ไพเราะ ก็เลยไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา แต่ถ้าร้องเหมือนคนเมาเหล้า เคาะจาน ชาม ไปด้วย หล่ะก็แย่เลยเรา
เที่ยวไร่องุ่นธันยพร
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราไปเที่ยวไร่องุ่นธันยพร ขับไปเส้นทางไปปากช่อง หรือไปเขาแผงม้า ซึ่งไร่องุ่นธันยพรอยู่ใน ต.วังหมี ตั้งอยู่บนเนินเขา เนื้อที่ราว 500 ไร่เห็นจะได้ พวกเราตื่นตาผลองุ่นที่ออกงามดกเต็มต้น คุยกับคนดูแล ได้รู้ว่า ส่วนใหญ่จะปลูกแล้วนำผลมาผลิตเป็นน้ำองุ่นขายเอง ฟังวิธีปลูก ดูแลแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนอีกด้านหนี่ง เป็นบ้านพักของเจ้าของไร่ ซึ่งตรงจุดนี้ มองเห็นเขื่อนลำพระเพลิงซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ สวยไม่น้อยทีเดียว

แวะเที่ยวชมดอกหน้าวัว และองุ่นไร้เม็ดที่สวนสุชาดา
ขากลับออกจากเที่ยวไร่ธันยพรเพื่อกลับมา อ.วังน้ำเขียว ช่วงระหว่างทางพวกเราเข้าไปชมสวนที่ปลูกดอกหน้าวัวกัน ซึ่งช่วงที่ไปก็มีดอกหน้าวัวไม่มาก ช่วงหน้าเทศกาลแบบนี้สงสัยจะเก็บขายหมด ส่วนสวนองุ่นไร้เม็ดนั้น ที่นี่จำหน่ายผลองุ่นด้วย ชอบพวงไหน ไปชี้ให้คนดูแลตัด ชั่งขายตรงนั้นกันเลยคะ เราเห็นนักท่องเที่ยวสนุกกับการเลือกซื้อองุ่นกันใหญ่ ถามว่า ราคาถูกไหม! ก็ไม่ถูกนะ เท่ากับที่ซื้อในห้างฯ แต่เสน่ห์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวซื้อกัน น่าจะอยู่ที่เลือกผลองุ่น ตัดสดๆ มาจากต้นนี่แหละ
เที่ยวงานเบญจมาศบานในม่านหมอก
พวกเราไปเที่ยวงานเบญจมาศฯ กันต่อ ชื่องานอยู่ในม่านหมอก แต่จริงๆ แล้วหาอยู่ในม่านหมอกไม่ ตรงกันข้ามเลย น่าจะเป็นในม่านแดดสะมากกว่า แดดร้อนเปรี้ยง ไปถึง เห็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะมาก กระจายไปตามมุมที่ชอบ บ้างก็ไปถ่ายภาพกับดงดอกเบญจมาศ หรือเลือกซื้อดอกเบญจมาศกัน บ้างไปซื้อต้นไม้ปลูก หรือดูสินค้าหลากหลายที่นำมาขายที่กางเต็นท์ บ้างก็ไปสวนผักที่ปลูกอยู่ด้านข้าง ใครสนใจผลไหนก็เลือกชี้ตามใจชอบเลย โดยเฉพาะแม่เรา ช๊อปกระจาย เลือกซื้อผักจนเพลินไปเลย ไม่ว่าจะเป็นกะล่ำปลี คะน้า บล๊อคเคอรี่ ฯลฯ ขอบอกว่า ทั้งสด กรอบ อร่อยมาก ตอนเช้าวันใหม่ แม่ติดใจให้พากลับมาซื้ออีก อิอิอิ
ไปซื้อผักสลัดที่สวนลุงไกร
ก่อนเข้าที่พักบ้านไร่โอโซน พวกเราแวะเข้าไปซื้อผักสลัด และผักปลอดสารพิษ และน้ำผลไม้อื่นๆ ต่อ ที่สวนลุงไกร ช่วงก่อนมาผลิตต้นยังเล็กอยู่ มาเที่ยวนี้ ดอกกะหล่ำปีม่วงกำลังงามเชียว ที่เห็นมีต้นบรีทรูทด้วย ช่วงที่เขาช๊อปกัน เราก็ใช้เวลาเดินดูสวนแปลงผักไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินดี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ หลังจากกลับจากการเที่ยว เราก็เริ่มทำสวนแปลงผักกับน้องสาว รู้สึกสนุกเพลินคลายเครียดดี ก็ใช้บริเวณส่วนของโครงการที่ยังไม่ได้ทำอะไรมาใช้ก่อน แต่ตอนนี้โครงการลงเครื่องออกกำลังกายให้ ก็เลยไม่ได้ทำแปลงผักแล้ว ได้แต่ปลูกกันในกระถางแทน
ภาพสวนแปลงผักที่พวกเราทำกันหลังกลับมา>>>>>>>>
พักแรมกางเต็นท์ที่บ้านไร่โอโซน
อย่างที่บอกกว่าจะตัดสินใจกันได้ ที่พักในวังน้ำเขียวก็ถูกจองหมดแล้ว โชคดีที่ยังได้ที่กางเต็นท์ ที่บ้านไร่โอโซน คิดค่าบริการรายคน 100 บาท ห้องน้ำห้องท่าสะอาด มีน้ำอุ่นไว้คอยบริการ บรรยากาศรอบๆ ดูสวย น่าพักแรม เจ้าของรีสอร์ทยังดูยังหนุ่ม ยังสาวอยู่เลยคะ ดูแลต้อนรับบริการเป็นกันเองดีคะ ที่นี่เห็นมีบ้านเรือนไม้ดูน่ารักน่าพักแรมประมาณ 4-5 หลัง มีหลากหลายราคา ใครสนใจเข้าไปชมได้ เดี๊ยวจะทำลิงค์ไว้ด้านล่างนะคะ พูดถึงที่วังน้ำเขียวนี่ ตอนกลางวัน ตอนกลางคืน อากาศต่างกันมาก ตอนกลางคืนอากาศหนาว น้ำค้างแรงมาก เต็นท์นี่เปียกโชกเลย อุณหภูมิอยู่ราวๆ 18-20 องศาได้
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
ก่อนครอบครัวญาติจะตามมาสมทบมาถึงตอนเย็น พวกเราเดินทางไปเที่ยวชมงานที่จิมทอมสันฟาร์มกันก่อนดีกว่า จากวังน้ำเขียวมุ่งไปหน้าไปเส้นทางปักธงชัย ระหว่างทางไปนั้นเห็นป้าย สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ก็ตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปชมกัน ไปถึงติดต่อเจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง มีนก และสัตว์นานาชนิด ซึ่งก็ต้องใช้เวลา เราดูเวลาแล้วไม่น่าจะทัน นอกจากนั้นเราเพิ่งรู้ว่าที่นี่มีบ้านพักไว้คอยบริการด้วย เราดูแล้วมาเที่ยวที่นี่อย่างน้อยใช้เวลา 1 วัน ไว้โอกาสหน้าจะกลับมาเยือนอีกครั้ง ที่บ้านเห็นบรรยากาศรอบๆ ที่ทำการ ดูสงบ ร่มรื่น เลยชวนกันนั่งเล่น ถือโอกาสกินข้าวเที่ยงที่นี่กันเลย ขอบอกว่า บรรยากาศนี่เงียบจริงๆ ปกติครอบครัวเรานั้นจะพูดกันเสียงดัง ทุกคนพยายามควบคุมเสียงพูดให้เบาที่สุด เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ ฉะนั้นบอกไว้เลย คนที่ชอบเที่ยวแบบฉิ่งฉับทัวร์ หรือไปเปลี่ยนบรรยากาศตั้งวงกินเหล้า หรือประเภทส่งเสียงดังทั้งหลาย อย่าเข้าไปเลย ที่นั่นไม่เหมาะสำหรับคุณเป็นอย่างยิ่ง
จำได้เลาๆ น้องชายพูดให้ฟังว่า เคยอ่านหนังสือ เขาเขียนว่า ทำไมถึงจัดอันดับให้ที่ อ.วังน้ำเขียวเป็นแหล่งโอโซนที่ติดดับ เพราะว่าพบเฟิร์นชนิดหนึ่งที่สามารถขึ้นเฉพาะแหล่งที่มีโอโซนเท่านั้น ซึ่งค้นพบในเขตดูแลสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ซึ่งหากข้อมูลผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยคะ
จิมทอมสันฟาร์ม
จากสถานีวิจัยสะแกราช เราขับรถมุ่งหน้าตรงไป จิมทอมสันฟาร์ม เราได้ข้อมูลมาเพียงว่า อยู่ห่างจากวังน้ำเขียวประมาณ 50 กม. ให้เราสังเกตเลี้ยวเข้าทางเขื่อนลำพระเพลิง เราจดเบอร์โทร.ไว้ ที่เหลือนอกนั้นไว้โทร.ถามลูกเดียว อิอิอิ ก็เป็นดั่งที่คลาดการณ์ไว้ ระหว่างทางพวกเราช่วยกันสังเกตป้าย จิมทอมสันฟาร์ม จากปากทางเข้าไป ก็ไม่มีป้ายบอกแล้ว ซึ่งช่วงนี้เราก็โทร.ถามทางตลอด ช่วงขาไปเรารู้สึกเมื่อไรจะถึงสะทีหนอ แต่ช่วงขากลับออกมาถึงปากทาง รู้สึกทำไมถึงเร็วจัง
เราเคยได้ยินชื่อจิมทอมสันจากรายการทีวี ได้รับยกย่องให้เป็นราชาแห่งวงการผ้าไหมไทย ที่เขาได้รับการยกย่องเช่นนั้นเพราะเขาเป็นคนที่ทำให้ผ้าไหมไทยนั้น เป็นที่ยอมรับคนทั่วโลกนั่นเอง เมื่อไปถึงงานเราเห็นคนมาเที่ยวชมกันมาก พวกเราตรงไปจองที่นั่ง รถนั่งเที่ยวชมรอบ ๆ ฟาร์ม ที่พอจำได้วิ่งผ่านไร่ใบหม่อน มาที่โรงเพาะเห็ด ไปชมโรงผลิตไหม ไร่ทุ่งทานตะวัน เนื้อที่บริเวณกว้างมาก ครอบครัวเราสนใจโรงผลิดไหมกันเป็นพิเศษ ได้รู้ขั้นตอนของการได้เส้นไหม และกว่าจะทอเป็นผ้าไหมสำเร็จรูป สมควรที่ราคาถึงสูงนัก ที่ชอบก็คือไร่ทานตะวัน และทุ่งดอกไม้สวยๆ เป็นธรรมดาผู้หญิงที่เห็นดอกไม้ วิ่งเข้าไปชม และบันทึกภาพจนรถผ่านไปหลายรอบยังออกมา น้องชายกับป๊าต้องไปตาม อิอิอิ
กว่าจะออกจากฟาร์มตะวันตกดินพอดี เราบึ่งรถควบกลับมาที่พักแรมบ้านไร่โอโซน มารอครอบครัวเตี๋ยวกับโกรุ่งที่ตามมาสมทบเย็นนี้ กว่าพวกเขาจะมาถึงก็ทุ่มกว่าเห็นจะได้ เราก็แซว "โห่ กว่าจะมาถึง พรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับกันแล้ว มาเปลี่ยนที่นอน ที่กินแท้ๆ เลย" พอดีครอบครัวติดธุระ กว่าจะเคลียงานเสร็จ ก็รีบมาเลย คืนนี้พวกเราทำอาหารตั้งวงสังสรรค์ฉลองปีใหม่กัน กินซะอิ่มเปร้ กะจะอยู่ถึงเค้าท์ดาวน์ฉลองปีใหม่กัน ต่างไม่ทันได้อยู่ กระโจนเข้าเต็นท์กันหมด เพราะทนน้ำค้างกันไม่ไหว อิอิอิ
ไปเที่ยวจุดชมวิวที่ กม.39
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราชวนกันไปเที่ยวจุดชมวิว กม.39 ซึ่งอยู่เลยจากปากทางเข้าบ้านไร่โอโซนไป จำไม่ได้ว่ากี่กิโล ขับไปสักพักก็ถึง เส้นทางก็เป็นถนนทางลูกรังอัดแน่นเรียบ ได้ยินว่าจะพัฒนาที่นี่เป็นที่ชมส่องสัตว์อะไรประมาณนั้นนะคะ พอไปถึงเราถึงรู้ว่า ที่นี่ก็มีลานกางเต็นท์ ห้องน้ำไว้คอยบริการด้วย และมีอีกจุดที่จุดชมวิวซึ่งต้องขับรถขึ้นไประยะทางไม่ไกล ได้ยินว่าเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ ซึ่งบริเวณนี้อยู่ในความดูแลของ อุทยานแห่งชาติทับลาน
เราไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์กัน เอ...หรืออาจมี ลงไปกันแล้ว แต่ยังไงดูไม่มากเท่าบริเวณน้ำตกสวนห้อม คงยังไม่ค่อยมีใครรู้นัก จะว่าไปเรายังไม่รู้เหมือนกัน ถ้ารู้อาจมากางเต็นท์พักแรมบ้าง แต่บรรยากาศดูเปลี่ยวดี ถ้ามีเพื่อนนักเดินทางมากางบ้าง แจ๋วเลย หรือถ้าใครไม่กลัว ชอบความสงบ เป็นส่วนตัว มาปลิดวิเวก ที่นี่ก็เหมาะเลย แถมยังได้ชมวิวยามพระอาทิตย์ตกด้วย
ไปคราวนี้ไปหาซื้อเห็ดหอมที่สหกรณ์บ้านบุไทร เห็ดหอมหมด แวะเที่ยวชมสวนเบญจมาศที่สวนวิภา ซึ่งพวกเราขับรถ พาครอบครัวโกรุ่งตะเวณเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ ใน ต.สามัคคี และ ต.บุไทร ย้อนไปไร่ธันยพร สวนสุชาดา ฯลฯ ไปเรื่อย ไปทริปนี้เห็นจะมี เขาแผงม้า ที่พวกเราไม่ได้เข้าไปชม เพราะต้องใช้เวลา ในการรอชมกระทิง
ก่อนจะกลับแวะชม บ้านผางาม
น้องชายเอ่ยมาว่า เคยดูภาพหนึ่งในหนังสือ อสท. ที่เบื้องหลังมีหมอกมีสวนดอกไม้ ไม่รู้ว่าที่ไหน เรานึกขึ้นได้เลาว่าน่าจะเป็นที่ผางาม ก็เลยขับรถชวนกันไปดูว่าใช่หรือเปล่า พอน้องชายไปถึงบอกว่าใช่ที่นี่แหละ
เราได้ยินเสียงร้อง หันไปดูตามเสียง ตรงมุมหนึ่ง มีกิจกรรมโรยตัวลวดสลิงลงมา ดูสนุกตื่นเต้นดี ซึ่งเราเห็นมีนักท่องเที่ยวมาพักแรมกันที่นี่เยอะมาก บรรยากาศรอบๆ ดูสวยดี
ดูน้องชายจะติดใจ เข้าไปขอแผ่นพับ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อยากจะเห็นหมอกแบบในรูปถ่ายที่ลง อสท. ต้องมาช่วงไหน ได้คำตอบว่า มาช่วงฤดูฝน
วันเดินทางกลับบ้าน
หลังจากเที่ยวชมบ้านผางาม พวกเราเดินทางกันต่อ แวะพักกินข้าวเที่ยงที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ช่วงระหว่างทางปราจีนบุรี ครอบครัวโกรุ่งไม่เคยไปเที่ยวตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเลย อยากแวะเข้าไปเที่ยวชม ซึ่งดูเวลาแล้วคงไม่เสียเวลา กลับบ้านดึกมาก ไปถึงตึกพิพิธภัณฑ์ใกล้จะปิด พวกเราก็รีบเที่ยวกันแบบทำเวลา และที่พลาดไม่ได้แวะซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรไปใช้กัน หลังจากนั้นพวกเราขับรถควบบึ่งรถกลับบ้านนครปฐม โดยสวัสดิภาพ
อ่านเรื่องเล่าชมภาพเที่ยววังน้ำเขียวทริปก่อน...คลิกที่นี่
ข้อมูลเพิ่มเติมลิงค์เว็ปไซด์ที่แนะนำ
เว็ปค้นหาข้อมูลวังน้ำเขียว...คลิกที่นี่
อุทยานแห่งชาติทับลาน...คลิกที่นี่
เว็ปบ้านไร่โอโซน...คลิกที่นี่
เว็ปสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช...คลิกที่นี่
บ้านผางาม...คลิกที่นี่
จิมทอมสันฟาร์ม เบอร์โทร.04437-3116-7