วันเดินทางที่ 20-21/11/49
เดินทางจากเชียงใหม่ไป อช.ตากสิน
08.30 น. ล้อหมุนออกจาก ที่พักในสนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ จุดหมายปลายทางพวกเราวันนี้
อุทยานแห่งชาติตากสิน จ.ตาก ก่อนเดินทางออกจากเชียงใหม่ ครอบครัวอยากไปซื้อของฝากที่
ตลาดวโรรสกันก่อน เราก็ขับรถวนแล้วก็วนอีกหลายรอบกว่าจะเจอตลาด กว่าพวกเราช๊อปปิ้งซื้อของ
กันเสร็จ เวลาก็เกือบเที่ยง
จากตลาดวโรรสเราขับรถไปจ.ลำพูน ซึ่งตลอดเส้นทางมีต้นไม้ขนาดใหญ่ปลูกเรียงรายสองฟากถนน
ดูสวยงามมาก ระหว่างทางเห็นป้ายท่องเที่ยวโบราณสถานเวียงกุมกาม เราอยากจะแวะเข้าไปชม ที่บ้าน
กลัวว่าจะไปถึง อช.ตากสิน มืดค่ำ เราว่าไงก็ว่าตามกัน เพราะเราต้องไปแวะเที่ยวมนัสการไหว้
พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง อีกแห่งหนึ่ง
พูดถึงไปเที่ยวนี้เราวางแผนเรื่องเวลาในการเที่ยวไม่ดีนัก ทำให้อดเที่ยวที่สำคัญไปหนึ่งแห่งคือ
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก
มนัสการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดพระธาตุลำปางหลวง
จากเชียงใหม่ มาลำพูน ผ่านแม่ทา ห้างฉัตร ช่วงระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 เราเห็น
ป้ายท่องเที่ยวพระธาตุลำปางหลวง เราก็เลี้ยววกรถขับไปตามป้าย เข้าถนนทางหลวงหมายเลข 1034
ไป อ.เกาะคา บ่ายสองโมงพวกเราก็มาถึงวัดพระธาตุลำปางหลวง
วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่นับถือของชาวเมืองลำปาง และเป็น
พระธาตุประจำปีเกิด สำหรับคนที่เกิดปีฉลู
พระเจ้าล้านทอง ซึ่งประดิษฐานในซุ้มปราสาททอง ภายในพระวิหารหลวง
พระธาตุลำปางหลวง เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา ภายในนั้นบรรจุบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
ซึ่งที่นี่เป็นหนึ่งใน Unseen ของประเทศไทยอีกแห่งหนึ่ง ในเรื่อง ความมหัศจรรย์ของพระธาตุ
หัวกลับ ดั่งภาพด้านบน ซึ่งเกิดจากแสงรอดช่องผ่านรูผนังโบสถ์ แสงสะท้อนลงบนผืนผ้าขาวที่อยู่
ในโบสถ์ แล้วเกิดเงาภาพของพระธาตุที่มีสีสันเหมือนพระธาตุด้านนอก
หากเป็นผู้หญิงสามารถชมภาพเงาพระธาตุได้ในโบสถ์ซึ่งอยู่ด้านข้างพระธาตุ ดั่งภาพบนซ้ายมือ
แต่ถ้าเป็นผู้ชายสามารถเข้าไปชมภาพเงาพระธาตุได้ในซุ้มพระพุทธบาทซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของโบสถ์
ดั่งภาพบนขวามือ ซึ่งสามารถเห็นภาพเงาพระธาตุได้มุมกว้าง และชัดเจนกว่าชมในโบสถ์
ป๊าขึ้นไปชมบอกเล่าให้ฟัง
ตอนแรกเราไม่รู้ว่าผู้หญิงขึ้นไปชมบนซุ้มพระบาทไม่ได้ ก็จะเดินขึ้นไป เผอิญมีป้าคนหนึ่งเข้ามาเตือน
บอกว่า เขาไม่อนุญาติให้ผู้หญิงขึ้นไป "ป้าอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กก็ไม่เคยได้เข้าไปชมเหมือนกัน" โชคดีที่ป้า
เข้ามาเตือนทัน ไม่งั้นเราได้เป็นคนที่ชื่อว่าไม่เคารพสถานที่โดยไม่เจตนาอีกแน่เลย
เหมือนอยู่ครั้งหนึ่ง จำได้ว่าเราเคยเข้าไปศาลแห่งหนึ่งเขาห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตชั้นใน เราก็เซ่อๆซ่าๆ
ไม่ได้ทันได้ดูอะไร เดินดุ้ยดุ่ยเข้าไปไหว้ แม่กับโกศรีก็ตามหาเราว่าไปอยู่ไหน พอเห็นเราเดินออกมา
ร้องบอกว่า "เฮ้ย รัช เอ็งเข้าไปทำไม ออกมาๆ เขาห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไป"
ตอนนั้นเราไม่สบายใจไปหลายวันเลย กลัวบาป กลัวพระจะลงโทษน่ะ
ภาพขวามือ เป็นอาสนะ ที่เจ้าญาณรังสี เจ้าหลวงเวียงละกอน ได้สร้างถวายเมื่อจุลศักราช 1217
ประมาณ พ.ศ. 2398
พักแรมที่ อุทยานแห่งชาติ ตากสิน
พวกเราเดินเที่ยวชมได้สักพัก ก็ออกเดินทางไป อช.ตากสินกันต่อ ซึ่งพวกเราไปถึงที่ อช.ตากสินราว
บ่ายสี่โมงกว่าเห็นจะได้ ไปถึงโกศรีจะติดต่อบ้านพัก เราชวนโกศรีนอนเต็นท์กันเถอะ นอนบ้านพัก รีสอร์ท
มาหลายคืนแล้ว โกศรีกลัวว่าแม่กับป๊าจะลำบาก ป๊ากับแม่ได้ยินบอกว่า ไม่ต้องห่วง อยากนอนเต็นท์
เหมือนกัน พวกเราช่วยกันกางเต็นท์ ช่วยกันทำกับข้าว อากาศนั้นก็เย็นสบายๆ เรานั้นมีความสุขจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นขึ้นมาเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นตรงจุดกางเต็นท์ ยามพระอาทิตย์ขึ้นก็ยังคง
งดงามเหมือนเคย
ภาพเจ้าธันวา ฝีมือถ่ายภาพโดย เจ้าน้องมาร์ค
กลับถึงบ้านนครปฐม โดยสวัสดิภาพ
พูดถึงที่ อช.ตากสิน พวกเราเคยมาพักแรมที่นี่ 3-4 ครั้งเห็นจะได้ ครอบครัวต่างชอบประทับใจ
บรรยากาศที่นี่มาก พวกเราอยู่จนถึงประมาณสิบโมงเช้า อากาศก็ยังเย็นสบายๆ ไม่ร้อนเลย
ก่อนจะกลับพวกเราแวะไปซื้อผักสดชาวเขาซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานฯ ไม่ไกลนัก
หลังจากนั้นเราตีรถยาวไม่แวะเที่ยวที่ไหนอีก มาถึงบ้านนครปฐมราวบ่ายสี่โมงกว่า เห็นจะได้
รวมระยะทางไป-กลับทริปตะลอนเหนือครั้งนี้ 2,081 กม. เรานั้นถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนตัวเอง
ได้ทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อได้พาครอบครัวกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
<<<<< อ่านต่อตอนที่แล้ว ...งานราชพฤกษ์ 2006




