วันเดินทางที่ 19/11/2549
ไปชมหมีแพนด้า...สวนสัตว์เชียงใหม่
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนเดินทางไปเที่ยวงานราชพฤกษ์ พวกเราไปแวะเที่ยวที่สวนสัตว์เชียงใหม่กันก่อน
ด้วยเวลามีไม่มากนัก พวกเราใช้วิธีเลือกเที่ยวชมสัตว์ที่เราไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก และที่พลาดไม่ได้
ครอบครัวตั้งใจจะมาชมกันคือ เจ้าหมีแพนด้า เคยเห็นแต่ในทีวีกัน ขอมาชมตัวเป็นๆ ด้วยสายตาตัวเอง
สักหน่อยเถอะ
ไปถึงก็เห็นเจ้าหมีน้อย พวกเขาสองตัว เดินสวนสนาม วนไปวนมารอบๆ ไม่ยอมหยุด ซึ่งสภาพ
อาการแบบนี้เรามักจะเห็นบ่อยกับสัตว์ที่ถูกขังตามสวนสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะ เสือ จะเห็นได้ชัดเดินจน
ทางเลื่อมเลย ซึ่งเราไม่ค่อยชอบมองภาพแบบนี้นานๆ นัก รู้สึกไม่สบายใจ บอกไม่ถูก
ในยามที่เขาอยู่ในอริยาบทท่านั่งสองขา ดูช่างน่ารัก น่าชังจริงๆ
พวกเราไปเที่ยวชมสัตวอื่นกันต่อ เราขับรถไปเรื่อยๆ เห็นป้ายชมหมีโคล่า ก็จอดรถเดินเข้า
ไปชมกัน มารู้ว่าเขาเตรียมสถานที่ต้อนรับไว้ แต่หมีนั้นยังไม่มา เสียดายจัง! พวกเราแวะไปเที่ยวชม
นกแพนกวิน เป็นที่สุดท้ายก่อนเดินกลับ เดินทางไปศูนย์สนามกีฬาเชียงใหม่
ไปเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ 2006
จากสวนสัตว์เชียงใหม่ เรามุ่งตรงไปจุดจอดรถสนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่มี
บริการรถ ขสมก. รับ-ส่งฟรี ไปเที่ยวงานราชพฤกษ์
พวกเราไปถึงงานราวห้าโมงกว่าเห็นได้ เราเห็นต้นไม้ขนาดยักษ์รูปร่างเหมือนขวด ซึ่งปลูก
บนเนินเห็นเด่นมาแต่ไกล ด้านข้างก็มีร่มยักษ์ขนาดใหญ่ เราก็งัดกล้องดิจิตอลคู่ใจมาเก็บภาพ
เป็นที่ระลึก ประเดิมภาพแรกในการเข้าชมงานราชพฤกษ์
ต้นขวด เป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ อายุกว่า 300 ปี เป็นพืชเขตร้อน ขยายพันธ์ได้ด้วยต้นกล้า
พบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย
ผ่านประตูทางเข้า พวกเราตกลงกันว่าจะนั่งรถรางเที่ยวชมรอบบริเวณงานกันก่อน ก็ไปยืนรอ
เข้าแถว ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวมารอใช้บริการกันมาก แต่ไม่ยืนรอนานอย่างที่คิด รถรางนั่งคันหนึ่งก็
ประมาณ 60 คนได้ มีมาคอยบริการรับคนตลอดไม่ขาดสาย ไม่นานก็ถึงคิวพวกเรา
ระหว่างนั่งรถราง ตลอดทางจะมีเจ้าหน้าที่บรรยายสถานที่ตามจุดที่รถวิ่งผ่านตลอด มาถึงช่วง
กลางงาน เราสะดุดตาเห็นหอคำหลวงตั้งสวยเด่นเป็นสง่างามอยู่บนเนิน บริเวณล้อมรอบ
ด้วยน้ำและต้นไม้ ดอกไม้ ประดับตกแต่งโดยรอบ ดูช่างสวยงามตระการจริง ๆ เป็นจุดแรกที่เราสนใจ
อยากจะลงไปชมความงามใกล้ๆ เมื่อพวกเรานั่งรถรางชมบริเวณงานได้รอบใหญ่ พวกเราขอลง
ตรงหอคำหลวง
หอคำหลวงนั้น ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินบริเวณส่วนกลางของงาน มีรูปแบบสถาปัตยกรรม
แบบล้านนาประยุกต์ ซึ่งมีความสวยงามอันวิจิตรตระการตายิ่งนัก ซึ่งออกแบบและตกแต่งโดย
ช่างรุ่ง จันดาบุญ โดยได้รวบรวมช่างสิบหมู่พื้นบ้านจากสกุลช่างในเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่
และน่าน กว่า 60 ชีวิต
ชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องราวพระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ส่วนชั้นบน จัดแสดงภาพจิตรกรรมฝาผนังลงรักปิดทองลายกำมะลอที่เน้นโทนสีแดง เทา และทอง
ตรงกลางองค์ประธานของหอคำหลวงเป็นต้นบรมโพธิสมภาร ซึ่งเป็นผลงานของ ผศ.ปรีชา เถาทอง
ศิลปินเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งภายในหอคำหลวงนั้นเราไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้ ได้แต่เดินชม
บริเวณด้านหน้าหอคำหลวง ตกแต่งด้วยซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 30 ซุ้ม ซึ่งแต่ละซุ้มมีภาพบรมฉายาลักษณ์ติดทั้งสี่ด้าน
รูปปั้นยักษ์ เฝ้าอารักขาหน้าหอคำหลวง ลวดลายหน้าบัน แกะสลักด้วยลวดลายต่างๆ ดูสวยงามวิจิตรบรรจง
เราเดินเที่ยวชมบนหอคำหลวงได้พักใหญ่ ออกมาเดินชมบริเวณด้านนอก แดดก็
กำลังแรงเชียว เรานั้นเตรียมแต่หมวกไป ประเภทขี้เกียจถือร่มน่ะ เดินกลางแดดเปรี้ยง ๆ
สักพัก เสร็จเรียบร้อย เกิดอาการแก่แดด จ๊ากกก ไม่ใช่เป็นลมแดด ขอนั่งพักสูดยาลมสักครู่
พอร่างกายไม่ค่อยดีนัก ใจก็ไม่ร่ม อารมณ์สุนทรีย์ที่จะเดินชมความสวยงามตามสวนต่างๆ
ก็น้อยลง เดิมตั้งใจว่าจะเดินเที่ยวชมให้ทั่วงาน ก็เปลี่ยนเลือกเดินเที่ยวเท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวย
เราเดินเข้าไปชมสวนโครงการหลวง ซึ่งภายในสวนจัดจำลองสภาพความเป็นอยู่ชาวเขา
ที่ยึดตามแนวพระราชดำริองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรานั้นเห็นแปลงผักไม่ได้เป็นอะไรที่ชอบมาก
ตั้งแต่เราไปเที่ยวชมสวนผักสวนลุงไกรที่วังน้ำเขียว และมาชมสวนโครงการหลวง ก็ยิ่ง
จุดประกายทำให้เรากับน้องชวนกันมาปลูกผัก
ก็อาศัยปลูกใส่กระถางบ้าง ลงดินบ้าง บริเวณข้างๆ บ้าน ตอนนี้เราได้กินผักกาดหอม ผักบุ้ง
กวางตุ้งฮ้องเต้ คะน้า ไปบ้างแล้ว ฝักทองก็กำลังออกลูกและบวบงูกำลังออกลูกดกเชียว
มะเขือเทศราชินีก็ออกลูกเต็มต้นเลย พริก ตะไคร้ โหระพา ก็กำลังงาม ฯลฯ
ก็เลี้ยงแบบฉีดน้ำยาชีวภาพซึ่งก็ทำกันเอง ซึ่งก็สร้างความสุข ความเพลิดเพลินให้กับเราไม่น้อย
พูดเรื่องผักเลยโม้ยาว ว่าแล้วค่อยนำภาพผักต่างๆ ที่พวกเราปลูกไว้ โพสต์ลงตอน เล่าเรื่อง
ไปเที่ยววังน้ำเขียวเมื่อช่วงตอนปีใหม่ที่ผ่านมาบ้างดีกว่า ไม่บ้าเห่อเลยเนอะ เอิ๊กกก
สวนประเทศญี่ปุ่น ภายในสวนจัดตกแต่งด้วยรั้วไม้ไผ่ ทางเดินปูด้วยหิน และจัดสวนหินรอบๆ
เป็นการจัดตกแต่งสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ สไตล์แบบคันไซ ภายในได้มีการจำลองภูเขาไฟฟูจี
และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง
สวนประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วงที่ไปไม่มีดอกทิวลิป มีแต่ดอกลิลลี่ ซึ่งก็ดูสวยไปอีกแบบ
สวนประเทศเคนย่า ซึ่งก็จำลองสภาพความเป็นอยู่และสวนพืชพรรณธรรมชาติที่ขึ้นตามท้องถิ่นบ้านเขา และมี
งานแกะสลักไม้ ที่ดูสวยงาม มาจัดประดับตกแต่งไว้ในสวน
สวนประเทศจีน นั้นได้นำสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นยุคที่มีความรุ่งเรือง ผสมผสานกับ
ทางพุทธศาสนามาจัดแสดง โดยจำลองสวนรูปแบบราชวัง และสวนรูปแบบวัดเข้าด้วยกัน ซึ่งมีความสวยงามมาก
สวนประเทศภูฏาน ได้จัดตกแต่งสวนโดยจำลองในรูปแบบสวนเทือกเขาหิมาลัย ได้นำพืชไม้นานาพันธ์จากภูฏาน
มาจัดประดับตกแต่งไว้ในสวน พร้อมงานสถาปัตยกรรม แกะสลักหิน และไม้ ซึ่งมีความสวยงามมาก
สวนประเทศเบลเยียม ได้จำลองรูปขดของเปลือกหอย โดยนำดอกไม้ประจำท้องถิ่นมาประดับตกแต่ง
บนหญ้าเทียม ที่ประเทศเบลเยียมคิดค้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งมองแล้วเหมือนหญ้าธรรมชาติมาก
ในสวนการจัดแสดงหมู่บ้านไทย 4 ภาค ซึ่งมีการจำลองบ้านเรือนไทยและสภาพความเป็นอยู่ในแต่และภาค
พร้อมกันนี้ภายในบริเวณ มีร้านค้ามาจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองอีกด้วย
อาคารกล้วยไม้ ภายในจัดแสดงนิทรรศการและประกวดกล้วยไม้ มีกล้วยไม้นานาพันธ์ทั่วโลกมาจัดแสดง
ถึง 10,000 พันธ์ และมีการจัดแสดงสวนป่ากล้วยไม้ที่จำลองเลียนแบบธรรมชาติ เรานั้นเดินเที่ยวชม
ความงามกล้วยไม้นานาพันธ์ เพลินไปเลย
ก่อนจะเดินทางออกจากงาน พวกเราไปที่สวนถวายพระพร เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อ
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเขียนคำถวายพระพรลงใบโพธ์ และนำไปติดที่ต้นโพธิ์
หรือ"ใต้ร่มพระบารมี" หลังจากงานราชพฤกษ์ครบกำหนดแล้ว จะมีการจัดให้มีพิธีหล่อใบโพธิ์
ทองเหลืองนี้เป็นพระพุทธรูป
เจ้าน้องมาร์คอยากเป็นตากล้องบ้าง เราสามคนก็ยืนเป็นแบบให้ เช๊ะ ภาพออกมาใช้ได้
เราเก็บภาพสุดท้ายก่อนจะกลับออกจากงาน ช่วงแดดร่มเรานั้นถ่ายภาพมาเยอะมาก ซึ่งมีอีกหลายที่ที่พวกเรา
ไปเดินเที่ยวชมกัน แต่ไม่ได้เก็บภาพมาเป็นที่ระลึก นึกแล้วก็เสียดาย ไม่น่าขี้เกียจเลยเรา
พวกเราไม่ได้อยู่รอชมขบวนพาเหรด หรือแสงสีอย่างที่ตั้งใจว่า เพราะต่างก็เหนื่อยเมื่อยล้าอยากจะกลับไป
พักผ่อนเร็วขึ้นไม่ดึกเกิน ซึ่งเรายังต้องไปแวะเที่ยวสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีอีกแห่งหนึ่ง
ไปเที่ยวสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี
พวกเราชวนกันเดินออกจากงาน เรากำลังคิดอยู่ว่าจะเดินทางไปสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีอย่างไร
เมื่อเดินออกมาด้านนอก ได้ยินประชาสัมพันธ์ของทางสวนสัตว์ ประกาศว่าใครจะไปเที่ยวไนท์ซาฟรี
ให้ไปที่รถบริการรับ-ส่งฟรี พวกเรามุ่งตรงไปที่รถบริการของสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีกัน
ไปถึงพวกเราไปนั่งรถชมสัตว์กันก่อน ก็ได้เห็นชีวิตสัตว์ในยามค่ำคืน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยส่องไฟ และบรรยาย
ให้ความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวตลอดทาง ซึ่งในการชมสัตว์นั้น ให้ถ่ายภาพได้ แต่ต้องไม่เปิดแฟลซ เราไม่ได้นำ
ขาตั้งกล้องไป อาศัยเกร็งข้อมือถ่ายภาพ ไม่ให้ไหว ไม่เช่นนั้นภาพจะออกมาเบลอ ตอนแรกๆ ถ่ายภาพมา
ดูไม่เห็นสัตว์เลย มืดตืดตื้อ ก็ลองผิดลองลองถูกดูหลายครั้ง พอมาตั้งค่ารูปรับแสง F2.8 และลองลดสต๊อป -2
ก็ได้ภาพพอเห็นสัตว์บ้าง ที่บ้านจะสนใจตั้งหน้าตั้งตาดูสัตว์ยามค่ำคืนกัน แต่เราไม่ค่อยได้ตั้งหน้าตาสนใจดูสัตว์
เท่าไรนัก จะเพลินเรียนรู้การถ่ายภาพมากกว่า อิอิอิ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ประจำ แต่ถ้าสิ่งไหนเราสนใจมากเป็นพิเศษ
ไม่อยากพลาด ต้องใช้สมาธิ ใช้เวลาชมนาน ก็จะไม่งัดกล้องคู่ใจมาถ่ายภาพเลย
