
วันเดินทางที่ 17/11/49
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางนั้น พวกเราต่างเก็บภาพบรรยากาศรอบที่พัก โป่งพระบาทรีสอร์ทกันอย่างสนุกสนาน ที่นี่ตอนเช้ามืดมีหมอกบาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่ว อากาศเย็นสบายๆ 09.00 น. ล้อหมุน พวกเราเดินทางกันต่อ จุดหมายที่เราจะไปคือ พระตำหนักดอยตุง
...ประเดิม Passportเที่ยว 5 ที่...ณ พระตำหนักดอยตุง ...สวนแม่ฟ้าหลวง...
เราขับรถไปตาม ถนนพหลโยธิน ผ่านอำเภอแม่จัน จนถึงบ้านสันกอง ราวกิโลเมตรที่ 870 เราเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ขับเลี้ยวซ้าย เข้าเส้นทางหลวงหมาย 1149 ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นถนนลาดยาง ขึ้นเขาประมาณ 15 กิโลเมตร ไม่นานพวกเราก็เดินทางมาถึงพระตำหนักดอยตุง
พวกเรามุ่งตรงเดินลงไปเที่ยวชมสวนแม้ฟ้าหลวงกันก่อน ไปคราวนี้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ โดยให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมเรือนเพาะเนื้อเยื่อกล้วยไม้ จากนั้นก็เดินเข้าส่วนจัดแสดงโครงการพระราชดำริในหลวง เป็นเรื่องการปลูกหญ้าแฝก ซึ่งก็มีการจัดตกแต่งสวนจำลอง เพื่อให้มองภาพชัดเจนขึ้น ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้คุณประโยชน์ของหญ้าแฝกเพิ่มเติมมากขึ้น จากเดิมที่เรา รู้เพียงว่าการปลูกหญ้าแฝกสามารถช่วยเรื่องการยึดหน้าดินได้ดี เพราะว่ามีรากฝอยเยอะ แต่หญ้าแฝกนั้น ยังมีคุณประโยชน์อื่นอีก สามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น นำมาถักสานเป็นกระเป๋า สานทอเป็นเสื่อ มุงหลังคาหญ้าแฝก ฯลฯ

ภายในส่วนของสวนแม่ฟ้าหลวงพูดได้เลยว่า มาเที่ยวที่นี่คราใดไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย กลับรู้ตื่นตา ตื่นใจ เพลิดเพลินได้ชมมวลดอกไม้นานาพันธ์ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนแทบไม่เคยซ้ำเลย


พวกเราชวนกันเดินขึ้นไปเที่ยวพระตำหนักดอยตุงกันต่อ พระตำหนักดอยตุงนั้นมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ด้านบนประดับด้วยกาแล ตามรอบเชิงชายพระตำหนักประดับด้วยลวดลายแกะสลัก ดูสวยงามเด่นยิ่งนัก
ภายในพระตำหนัก ส่วนของท้องพระโรง บนเพดานนั้น ติดประดับด้วยรูปดาวกลุ่มต่างๆ ในระบบสุริยจักรวาล ที่ทำ ด้วยไม้สนแกะสลักที่สวยงามมาก ที่พิเศษก็คือ เป็นกลุ่มดาวที่แกะสลักตามวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า
ยังมีหลายส่วนในพระตำหนักที่สวยงามอีกมากมาย ซึ่งภายในนั้นไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ เราเดินชมห้องบรรทม ห้องทรงงานของสมเด็จย่า จากช่องประตู หน้าต่าง ได้รู้ว่า พระองค์ทรงอยู่อย่างเรียบง่าย ภายในห้องนั้น จัดตกแต่งแบบ เน้นประโยชน์ใช้สอย ที่จำเป็นเท่านั้น
พวกเราเพลิดเพลินเดินเที่ยวชมพระตำหนักดอยตุง และสวนแม่ฟ้าหลวง จนถึงบ่ายสองโมงกว่า ก็ชวนกันออกเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปของพวกเราคือ ท่าขี้เหล็ก อ. แม่สาย
ช้อปปิ้งแม่สายเหนือสุดแดนสยาม
ชายแดนท่าขี้เหล็กในวันนี้ดูเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราเคยมาเที่ยวเยือน ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่สร้างเป็นระเบียบมากขึ้น อาคาร สิ่งก่อสร้างต่างๆ ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ดูไม่เปลี่ยนนัก คือ ยังมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช้อปปิ้งกันไม่ขาดสาย ไปครั้งนี้พวกเราไม่ได้เดินข้ามแดนไปฝั่งพม่า แค่เดินเที่ยวชมในบ้านเราเท่านั้น เราเดินซื้อของได้ไม่นาน อาการปวดเส้นขาก็กำเริบ (ช่วงหลังๆ มา หากเดินนานๆ เยอะๆ จะเป็นแบบนี้ประจำ) และอีกทั้งไม่ค่อยสนุกกับการช้อปปิ้งเท่าใดนัก การท่องเที่ยวซื้อของที่นี่ สิ่งสำคัญคือ ดูของเป็นและต้องเป็นคนต่อราคาเก่ง ๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นจะเสียเงิน ซื้อของแพงจนเสียความรู้สึก
สำหรับเราไม่ถนัดและไม่ค่อยชอบนัก ขอไปนั่งรอดีกว่า ต่างกับโกศรี เป็นขาช้อป แถมต่อราคาเก่งมาก จนบางครั้งเราไม่กล้ายืนใกล้ๆ กลัวโดนลูกหลง จะว่าไปบางทีเราอยากได้ของอะไร ก็ได้โกศรีที่ช่วยเลือก ต่อราคาให้นี่แหละ อิอิอิ พวกเราช้อปปิ้งกันได้เวลาสมควร ก็ชวนกันกลับที่พักแรม ซึ่งคืนนี้พวกเราจะพักแรมที่ คุ้มเจ้ารีสอร์ท
