|

สัมผัสธรรมชาติบนภู...ในฤดูที่แตกต่าง(ต่อ)
คราสอง...ไปช่วงธันวาคม 46 เป็นช่วงฤดูหนาว อากาศอุณหภูมิตอนกลางคืนประมาณ 7-8 องศา
:::ผานกแอ่น:::
ไปทริปนี้เรากลัวไปชมพร ะอาทิตย์ขึ้นไม่ทันเหมือนเมื่อครั้งก่อน เราตื่นตีห้า ก็คว้ากล้องคู่ใจ ซึ่งไปทริปนี้ใช้กล้องดิจิตอล เดินมุ่งหน้าไปผานกแอ่น พอไปถึงก็เห็นคลื่นคนมารอชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสภาพอากาศไม่อำนวย ไม่มีทะเลหมอกให้ชม แถมท้องฟ้าก็ปิด
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดหวังอะไรมาก ยามท้องฟ้าเปลี่ยนสี ก็ดูสวยงามไปอีกแบบ และด้วยความเห่อกล้องดิจิตอลของเรา ไม่ว่าธรรมชาติจะอยู่ในสภาพแบบไหน เราก็ยังคงสนุก เพลิดเพลิน กับการถ่ายภาพอยู่ดี

:::ลานพระแก้ว ,เส้นทางชมน้ำตก:::
หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราเดินมามนัสการกราบไว้พระที่ลานพระแก้ว เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต ซึ่งไปทริปนี้บริเวณแถวลานพระแก้ว ไม่มีพวกมอส ไลเครน กลุ่มต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นตามลานเหมือนทริปก่อน
ส่วนเส้นทางชมน้ำตกนั้น น้ำตกแทบไม่มีน้ำเลย และแน่นอนก็ไม่มีเจ้าน้องทากด้วย ทำให้เราเดินเที่ยวชมธรรมชาติได้อย่างสบายใจ
ช่วงที่เราไปใบเมเปิ้ลกำลังแดง แต่ไม่ทั่วนัก ว้าววว ยังสวยงามขนาดนี้ ถ้าไปในยามที่ใบเมเปิ้ลแดงไปทั่วจะงามขนาดไหนหนอ!
ซึ่งไปทริปนี้ดอกไม้ที่เราเห็นระหว่างทางก็มี ดอกกระดุมเงิน ตอกฤาษี หรือดอกไม้อื่นๆ ที่เราไม่รู้จักและไม่ได้ถ่ายภาพมาเยอะเลย แบบว่าบางครั้งพอเวลาเดินเหนื่อยๆ อารมณ์ที่อยากจะถ่ายภาพก็ไม่ค่อยมีนัก ได้แต่ยืนชื่นชมความสวยงามเพียงอย่างเดียว
:::ไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก:::
จากเส้นทางชมน้ำตกมาถึงสระอโนดาต พวกเราก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไม่อยากเดินต่อจะกลับที่พัก ส่วนพวกเราที่ยังพอมีแรงก็เดินไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักกันต่อ ซึ่งไปถึงก็เห็นคลื่นมหาชนมายืนรอชมพระอาทิตย์ตกกัน เราเห็นแล้วก็ไม่อยากดันทุรังเบียดเสียดเข้าไป ถึงแม้ได้มุมถ่ายภาพที่ไม่สวยนัก แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุข รู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพ ดีกว่าถ่ายภาพไป รู้สึกหงุดหงิดใจไปเนอะ
สองภาพบนนี้เป็นภาพจากกล้องดิจิตอลเจ้าน้องชาย
:::สรุป ก็ยังไม่เข็ด แต่เปลี่ยนสไตล์การท่องเที่ยวใหม่:::
เที่ยวคราสองไม่มีอุปสรรคอะไรมาก อีกทั้งสุขภาพร่างกายพร้อม ก็ทำให้เรานั้นมีความสุข ได้เพลินเพลินกับธรรมชาติไม่น้อย ซึ่งต่างกับเที่ยวทริปคราแรกทำเอาเราแทบแย่ เพราะว่าไปเจอฝูงน้องทากทั้งดงเข้า สติแทบแตก เกิดอาการเครียดลงกระเพาะ จนกินอะไรแทบไม่ลง ได้กินแต่น้ำ ช่วงขากลับจากดูพระอาทิตย์ตกผาหล่มสักมายังที่พัก เรานั้นสุดทรมานเลย ก็พยายามอดทนเดินมาถึงที่พักราวเที่ยงคืนเห็นจะได้ ซึ่งเพื่อนๆ ร่วมทริป มีน้ำใจกับเรามาก ไม่ได้ทอดทิ้งเรากับน้องๆ เดินกลับที่พักกันก่อนเลย ทุกคนต่างเดินเป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือเราตลอดทาง ซึ่งกว่าพวกเขาจะได้กินข้าวมื้อเย็นกันก็เข้าไปเที่ยงคืนกว่า ยิ่งทำให้เรา รู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจมาก
หลังจากกลับเที่ยวทริปนี้เราทบทวนดูแล้ว ไปแต่ละทริปมีสร้างภาระให้คนอื่นเดือดร้อนไปทั่ว เราตัดสินใจขอพิจารณาตัวเอง... แต่เรานั้นยังอยากท่องเที่ยวธรรมชาติแบบนี้อีก ลำพังไปเที่ยวกับน้องสาวสองคน นอกจากปอดแหกแล้ว ที่บ้านก็คงไม่อนุญาตเป็นแน่ ทำอย่างไรดีหนอ!
...คิดขึ้นได้ว่า...เราอยากไปเที่ยวไหนก็ชวนพาไปเที่ยวทั้งครอบครัวเลยดีกว่า ก็เริ่มวางแผนไว้ในใจ จะไปที่แห่งใดดีหนอ!..ที่ครอบครัวเราสามารถไปเที่ยวกันได้ และเหนืออื่นใด ทำให้ครอบครัวเราติดใจ หลงเสน่ห์กับการท่องเที่ยวธรรมชาตินี้เหมือนกับเรา .... นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลย.อิอิอิ...ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเที่ยวธรรมชาติพร้อมครอบครัว
ซึ่งหลังจากที่คิดวางแผนได้ไม่นาน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 45 เราก็พาครอบครัวไปเที่ยวชมความสวยงาม และความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกทีลอซู จังหวัดตากกัน ....ติดตามตอนต่อไป
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเพิ่มเติมได้ที่
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=11&lg=1

กลับหน้าหลัก rcdcwk
กลับหน้าหลัก diaryrcdcwk <<<คลิกกลับไปหน้าที่ 1 
|