
ภูกระดึง...ฉันไปเยือนมาสองครา
เมื่อตอนสมัยเรียนหนังสือ เพื่อนๆ รวมตัวกันไปเที่ยวภูกระดึง ตอนช่วงปิดเทอม เรานั้นรู้สึกดีใจมาก อยากจะไปเที่ยวเยือนสักครั้ง แต่สุดท้ายครอบครัวไม่อนุญาต เราก็กินแห้ว อดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์เกเร งอน ปึงปัง อะไร เคารพและเชื่อฟังการตัดสินใจของป๋ากับแม่ ก็คิดไว้ว่า คงมีสักวันหนึ่งที่เราจะได้มีโอกาสได้ไปเยือน
และวันนั้นก็มาถึง เราได้มีโอกาสไปสัมผัสธรรมชาติภูกระดึงถึงสองครา ในฤดูที่แตกต่างกัน
คราแรกเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 45 หลังจากกลับจากการ เที่ยวภูสอยดาว ได้ประมาณเดือนกว่า เราก็ชวนน้องสาวคู่หู น้องชายลูกผู้น้อง และเพื่อน รวมสี่คน เดินทางไปเที่ยว โดยใช้บริการทัวร์ของ ทัวร์ดอย
คราสอง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 46 เดินทางไปเที่ยวกับคณะทัวร์ของนักศึกษาเอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากสถาบันราชภัฎนครปฐม ซึ่งน้องสาวลูกผู้น้องเรียนอยู่ แล้วนำตั๋วมาจำหน่าย ทริปนี้ อา, น้องชาย, เพื่อนอา สนใจอยากจะไปเที่ยวด้วย เราก็ถือโอกาสกลับไปเที่ยวเยือนอีกครั้ง
ประสบการณ์จากท่องเที่ยว
คราแรก...รู้สึกตื่นเต้น สภาพร่างกายไม่พร้อมนัก ทั้งนอนไม่เพียงพอ ทำเอาเราเกือบจะจอด ถอดใจตั้งแต่ ซำแฮกแล้ว เดินได้สองก้าวหยุด เป็นแบบนี้ตลอด รู้สึกเหนื่อยมากกว่าเมื่อครั้งเดินขึ้นเนินส่งญาติที่ภูสอยดาวเสียอีก เรากลัวเป็นภาระเพื่อนๆ ก็บอกให้เดินล่วงหน้าไปกันก่อน ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรู้ว่าตัวเองเดินช้าแน่ ก็อาศัยประสบการณ์การไปเที่ยวภูสอยดาวมาประยุกต์ใช้ คือกำหนดย่างเท้าช้า ๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อให้รับกับจังหวะการหายใจของตัวเอง....
ไปทริปนี้เกิดเหตุการณ์ตลกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ที่คิดทีไรก็อดขำ ตัวเองไม่ได้ เรื่องมีอยู่ว่ากางเกงที่เราใส่มา เป็นผ้าร่ม เราเดินไม่ระวัง ก็ไปเกี่ยวกับต้นไม้ข้างทางเข้า เดิมทีก็ขาดไม่มากนักหรอก มาขาดเยอะยาวถึงขา ตอนที่เราลุกขึ้นจากม้านั่ง แถวร้านค้า ซำกกโดน เวรกรรมทำไงดีเนี้ยะ เสื้อผ้าสัมภาระ ก็จ้างลูกหาบขึ้นไปแล้ว ก็ไปขอความช่วยเหลือจากแม่ค้า ถามว่ามีด้ายกับเข็มไหม! แม่ค้าบอกไม่มี ขอยืมกางเกง หรือขอซื้อก็ได้ มีไหม! แม่ค้าก็ใจดี ช่วยหาให้ บอกว่ามีแต่ผ้าถุง เราก็คิดกังวลเหมือนกัน ใส่ก็ไม่เป็น ได้ยินว่าช่วงซำสุดท้ายทางขึ้นชัน แถมมีปีนป่ายด้วย แหม ถ้าเกิดหลุดขึ้นมายุ่งเลย โชคดีที่แม่ค้าไปหา ได้กางเกงขาสั้นมาให้ยืมใส่ไปก่อน ดั่งที่เห็นในภาพ อิอิอิ ทริปนี้กว่าเราจะเดินขึ้นไปถึงที่พักแรม ก็ปาเข้าไป บ่ายสี่โมงกว่าเห็นจะได้
ไปถึงไปนอนท่ามกลางฝูงทาก ต้องคอยระวังตลอด ทำเอาเราเครียด ไม่สบายแทบแย่เลย..............
คราสอง... ก่อนเดินทาง กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทริปนี้ขนยาไปเพรียบ เหมือนตู้ยาสามัญประจำบ้านเคลื่อนที่ แถมด้วยยาโด๊ป วิตามินโสม อิอิอิ จะด้วยพลังโสมหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่ว่าทริปนี้เราเดินขึ้นภูได้สบายๆ แบบไม่เหนื่อยมากนัก
แถมยาที่พกมายังสามารถช่วยเหลือนักเดินทางคนอื่นได้ด้วย ระหว่างทางเห็นคนเป็นลม เราก็จะเข้าไปดู แจกยาหอมให้ เห็นคนล้มเป็นตะคริวที่ขา เห็นอาการเขาแล้วเป็นหนัก ก็ให้ยานวดเขาไปเลย ก็คิดว่า ทริปนี้เราไม่น่ามีปัญหาอะไร เราก็เคยประสบปัญหาแบบนี้ สุดทรมานเลย จากที่เคยเป็นผู้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น กลับมาเป็นผู้ให้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ก็ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุขไม่น้อยทีเดียว
ทริปนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอุปสรรค หรือเหตุการณ์อะไรชวนขำเหมือนทริปแรก ซึ่งพวกเราเดินถึงที่ทำการประมาณบ่ายสองโมงกว่าเห็นจะได้
สัมผัสธรรมชาติบนภู...ในฤดูที่แตกต่าง
คราแรก ...ไปช่วงวันเปิดภูกระดึงวันแรก คือต้นเดือนตุลาคม 45 ซึ่งก็เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเย็นสบายๆ ไม่หนาวมาก
:::ผานกแอ่น:::
ตอนเช้าตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นไม่ทัน ก็เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างทาง ซึ่งก็ดูสวยงามตาไปอีกแบบ ไปถึงผานกแอ่น พวกเราก็ได้ชมทะเลหมอกแบบเต็มๆ ช่างสวยงามประทับใจเราจริงๆ
:::ลานพระแก้ว:::
หลังจากชมทะเลหมอกจุใจแล้ว พวกเราพากันมาเดินเที่ยวชมลานพระแก้ว เข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตกัน เราเห็นนักท่องเที่ยวกำลังก้ม หรือถ่ายรูปอะไรกันหนอแถวลาน ด้วยความสงสัยแปลกใจ เดินเข้าไปชมใกล้ๆ ก็เห็นพวกไลเคน มอส และต้นไม้เล็กๆ ที่เราไม่รู้จัก ขึ้นเป็นกระจุก กระจายเต็มทั่วลาน เราเห็นแล้วอดทึ่งใจในธรรมชาติไม่ได้ ที่จัดตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างลงต้ว ดูแล้วช่างสวยงามจริงๆ
นอกจากนั้นยังมีดอกเปราะภู ที่ขึ้นตามทางเดิน ซึ่งดูสวยน่ารัก เราเห็นแล้วชอบประทับใจมาก แต่เสียดายภาพมารโครดอกไม้ต่างๆ ที่เราถ่ายภาพมาออกมาเบลอหมด
:::เดินเที่ยวชมน้ำตก:::
ช่วงที่เราไปเที่ยวนั้น น้ำตกพอมีน้ำอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งเราไม่ค่อยได้ถ่ายภาพน้ำตกนัก เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน คอยระวังเจ้าน้องทากมาเกาะขา ไม่ได้เกาะแค่ตัวสองตัว เล่นเกาะเป็นฝูงเลยหงะ ยึ้ยๆๆๆๆๆ บรื้ออออ นึกถึงแล้วสยอง
ช่วงไปน้ำตก พวกเราสี่คนเดินล่วงหน้าไปก่อน เพราะเราเดินช้ากลัวเพื่อนๆ รอ ความที่เดินดุ้ยดุ่ย ไม่สังเกตเส้นทาง ทำให้เราพลัดหลงกับเพื่อนๆ ร่วมทริป เดินผิดเส้นทาง
ช่วงระหว่างเดินหลงทาง ก็เครียดหาทางออกกัน เราได้ยินเสียงเหมือนต้นไม้ล้ม แล้วได้ยินเสียง แปร้น เราก็หยุดชะงัก เอ...เสียงเหมือนช้าง ถามน้องกับเพื่อนว่าได้ยินอะไรไหม ยังไม่ทันได้ตอบ ได้ยินเสียงแปร้นที่สองเท่านั้นแหละ จะอยู่ทำไมล่ะ พวกเราต่างวิ่งหนีกันกระเจิง ก็วิ่งมาได้สักพัก คิดว่าน่าจะปลอดภัยกันแล้ว จึงหยุดพักเหนื่อย นั่งสักพักก็ชวนออกเดินทางกันต่อ ช่วงระหว่างทางพวกเราได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นแว่วๆ แต่ไกล พวกเราก็รู้สึกดีใจ เดินตามเสียงมาจนพบกับเพื่อนนักท่องเที่ยว ก็รู้สึกโล่งใจ ต่างก็รีบเดิน ไปพบเพื่อนที่สระอโนดาต ตามโปรแกรมในทริป จะมานั่งพักกินข้าวเที่ยงกันที่นี่ พอไปถึงก็พบกลุ่มเพื่อนๆ ที่มานั่งรอพวกเราเกือบชั่วโมงแล้ว พวกเรานั้นรู้สึกผิด เกรงใจเพื่อนร่วมทริปมาก
:::ผาหล่มสัก:::
จากเส้นทางเที่ยวน้ำตก มาถึงผาหล่มสัก เดินรวมระยะทางกี่กิโลเมตรไม่รู้ รู้แต่เหนื่อยสุดๆ ไม่เคยเดินอะไรมากเท่านี้มาก่อน ไปทริปนี้มีนักท่องเที่ยวมาเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ตกกันไม่มากนัก ก็เฝ้ารอไม่นานนักพวกเราก็ได้เห็นพระอาทิตย์อัสดง ว้าวววว ช่างสวยงาม ประทับใจเราจริงๆ ห้วงเวลานั้นเรากดชัตเตอร์บันทึกภาพทุกชอต แบบไม่รู้สึกเสียดายฟิลม์เลย เฉพาะมุมพระอาทิตย์ตกรวมแล้วประมาณ 15 ภาพได้
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพและเรื่องเล่า ตอนไปเที่ยวคราสอง เดือนธันวาคม 46 ต่อ หน้าที่ 2>>>>