...พี่รัช...'s profile♡♡♡Diary My_Travel♡♡♡PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 22

    สาระ-ข้อคิดจากการท่องเที่ยว

     

     
     
    การเดินทางท่องเที่ยวนอกจากสร้างความสุข ได้เรียนรู้เข้าใจธรรมชาติ ได้ชมธรรมชาติสวยงามแล้ว เรายังได้เรียนรู้เข้าใจธรรมชาติตัวเราเองอีกด้วย ซึ่งเราคนหนึ่งไปเที่ยวคราใดมักจะได้แง่คิด ที่มาสร้างพลังให้กับชีวิตเราเสมอ 
    ซึ่งเรารวบรวมประสบการณ์การเดินทางพร้อมแง่คิด-ข้อคิดดีดีของชีวิต ที่พี่ต้อยได้ถ่ายทอดแบ่งปันมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคะ 
     
     
     
      
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 13

    อช. เขาสามร้อยยอด III

    SV303385.jpg

        ทริปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด    

     
    เที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว
     
    พวกเราขับรถไปเที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัวกันต่อ  จากปราณบุรี วิ่งถนนเพชรเกษม ไป อ.ไร่ใหม่ ประมาณ กม.275.6 ให้สังเกตป้ายทางเข้าโรงเจลุ่ยอิมยี่ หรือศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ  ขับเข้าไปราว 7-8 กม. เห็นจะได้
     
     
    ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัวนั้น เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและวางไข่ของนกนานาชนิด กว่า 300 ชนิด  ซึ่งในจำนวนนี้มีนกที่หนีหนาวจากแถบไซบีเรียย้ายถิ่นมาอาศัยในช่วงฤดูหนาวจำนวนกว่า 100 ชนิด อย่างเช่นพวกนกเป็ดน้ำ เหยี่ยว ฯลฯ  รอบๆ บึงปกคลุมไปด้วยพืชน้ำ อย่างเช่น พวกต้นกก ต้นอ้อ ต้นธูปฤษี ฯลฯ  ทำให้พื้นที่ดูเขียวขจีไปทั่ว
     
     
    ช่วงที่เราไปเที่ยวนั้นประมาณบ่ายสี่โมงกว่าเห็นจะได้ บรรยากาศดูร่มรื่น อากาศไม่ร้อนนัก เรารู้สึกเพลิดเพลินชมทิวทัศน์รอบๆ ดูช่างสวยงามจริงๆ  แม้ไม่ได้ชมทุ่งดอกบัวมากมาย อย่างที่เคยได้ยินมาว่าที่นี่มีบัวมากมายนานาชนิด ก็ไม่รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด 
     

    Untitled-19.jpg

    Untitled-20.jpg
     
    อ่างกักเก็บน้ำบ้านยางชุม
     
     
    พวกเรานั่งชมธรรมชาติที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัวสักพักใหญ่  เวลาห้าโมงเย็นเห็นจะได้ ยังไม่อยากกลับที่พัก ก็ชวนกันออกเดินทางไปเที่ยวที่อื่นกันต่อ  เรานึกถึง อุทยานแห่งชาติกุยบุรีทันที  ขับรถผ่านเห็นป้ายตรงแยกเข้าบ้านยางชุมหลายครั้ง หลายครา ยังไม่มีโอกาสเข้าไปเยือนสักที ซึ่งเราไม่รู้ว่าระยะทางไกลไหม เวลาจะพอหรือเปล่า! หนทางเป็นอย่างไร!  จะมัวคิดมากทำไม ถ้าไปไม่ถึงก็ขับรถกลับก็เท่านั้น  ตัดสินใจขับรถเข้าไปเที่ยวดูดีกว่า 
     
     

    Untitled-22.jpg

     
     
     ระหว่างทางผ่านอ่างกักเก็บน้ำบ้านยางชุม พวกเราแวะเที่ยวอ่างเก็บน้ำกันก่อน  ครอบครัวเราชอบบรรยกาศที่นี่มาก ลมพัดผ่าน อากาศเย็นสบายๆ  ก็เลยถือโอกาสพักกินข้าวเย็นกันที่นี่  ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมกันเรื่อยๆ  บ้างก็มาเป็นครอบครัว ตั้งวงกินข้าว  บ้างก็มาตกปลา ฯลฯ  เสียดายที่วันนี้ท้องฟ้าปิด พระอาทิตย์ตกหายเข้าไปในเมฆ เห็นแต่แสงที่ลอดส่องประกายออกมา ซึ่งก็ดูสวยไปอีกแบบ
     

    Untitled-21.jpg

     
     
    ครอบครัวเราอยากใช้เวลาพักผ่อนที่อ่างเก็บน้ำ ไม่อยากเดินทางไป อช.กุยบุรีกันต่อ  เราว่าไงก็ว่าตามอยู่แล้ว ไม่เป็นไร สักวันหนึ่งเราคงมีโอกาสกลับมาเที่ยวเยือน อช.กุยบุรี สักครั้งหนึ่ง จนเวลาใกล้จะหนึ่งทุ่ม  พวกเราก็ชวนกันเดินทางกลับ บึ่งรถมุ่งหน้ากลับที่พักที่หาดสามร้อยยอด  
     
     
    ซึ่งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกหลายแห่งที่เราไม่ได้ไปเที่ยว อย่าง
    -จุดชมวิวเขาแดง ได้ยินว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น วิวทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งหนึ่ง ซึ่งเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 320 เมตร
     
    -ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ได้ยินว่าสวยไม่แพ้ถ้ำไทรทีเดียว ซึ่งหินงอกหินย้อยมีลักษณะค่อนข้างโปร่งแสง
     
    -พายเรือ,นั่งเรือล่องคลองเขาแดง  ซึ่งได้ชมทิวทัศน์ของป่าชายเลน นกนานาชนิด  วิถีชีวิตของชาวประมง และชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น
     
     
    ติอต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่
    อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด  โทร. 0-3261-9078 
     
    หรือคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
     
     
     เล่าเรื่องวันเดินทางกลับ
     
    การเดินทางทริปนี้ ครอบครัวเราได้ท่องเที่ยวพักผ่อนกันเต็มอิ่มหน่ำสำราญใจ ซึ่งวันเดินทางกลับนั้น เราใช้เส้นทางใหม่  จากหาดสามร้อยยอด ไปเขากระโหลก ขับถนนเลียบชายทะเลไป ปากน้ำปราณ และเข้าเส้นทางลัดไปหัวหิน มาทะลุถนนเส้นทางไป วนอุทยานปราณบุรี  ขึ้นถนนเพชรเกษม เข้าตัวเมืองหัวหิน ไปแวะเที่ยวชายทะเลชะอำ  จากชะอำ ชับรถใช้ถนนเส้นในไปปึกเตียน หาดเจ้าสำราญ  เห็นทางแยกมีป้ายบอกไปบ้านแหลม จ.เพชรบุรี เราตัดสินใจลองขับรถไปเส้นทางนี้ดู เป็นถนนลาดยางตลอด  เห็นป่าโกงกาง และนาเกลือสองข้างทาง ซึ่งเป็นบรรยากาศหนึ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็น ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินในการชมทิวทัศน์สองข้างทาง ซึ่งดีกว่าไปขับรถ ถนนเพชรเกษมสายนอกเป็นไหนๆ ที่ต่างรีบเร่ง ปาดแซงกันไปมา ชวนให้ปวดหัวน่าหงุดหงิดใจ 
     
    พอมาถึงบ้านแหลม เราจอดรถสอบถามคนพื้นที่ เพื่อหาเส้นทางออก เพื่อกลับบ้าน  เผอิญโชคดีที่ไปเจอรถครูโรงเรียนพื้นที่นำทางให้ จากบ้านแหลม พาออกไป บางตระบูน  มาถึงทางแยกหนึ่ง ครูที่ขับรถนำทางต้องแยกไปอีกทาง บอกเราว่าให้เราขับรถตรงไปให้ยึดทางตรงไป ยี่สาร จะมีเส้นทางออกไปถนนพระราม 2  เราก็ขอบคุณในน้ำใจ  เราขับรถมุ่งหน้าไปตามที่บอก ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นถนนลูกรังตลอด มีสะพานข้ามคลองเยอะ  ขับเร็วไม่ได้มากนัก จำไม่ผิดระยะทางช่วงนี้ประมาณ 10 กว่ากม.ได้ ไม่นานพวกเราก็มาออกถนนพระราม 2  ช่วงคลองโคลน ขึ้นถนนไปยูเทรินเลี้ยวรถกลับ ผ่านทางแยกเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม  เรามาเปลี่ยนเส้นทางอีกครั้ง ใช้เส้นทางไป อ.บ้านแผ้ว- ไปดอนยายหอม กลับสู่บ้านเมืองนครปฐม ราวทุ่มกว่าเห็นจะได้ ก็เป็นอันสิ้นสุดของทริปนี้
     
     
    <<<ตอนที่แล้ว
     
     
     

    July 11

    อช.เขาสามร้อยยอด II

    SV302720.jpg

       

    เดินขึ้นเที่ยวถ้ำพระยานคร
     
     
    ถ้ำพระยานครนั้น ตั้งอยู่บริเวณหาดแหลมศาลา  ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไป ระยะทางถึงปากถ้ำราว 430 เมตร  ซึ่งเป็นทางเดินขึ้นเขาชันพอสมควร  เล่นเอาเราเกือบจะกินลูกท้อ แต่ด้วยความตั้งใจที่จะขึ้นไปเที่ยวชมสักครั้ง ทำให้เราอดทนเดินต่อเพื่อให้ถึงจุดหมาย   ทริปนี้ป๊าเราเดินขึ้นไปลิ่วเลย นี่แหละผลของการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งผิดกับเราที่ใช้ชีวิตอย่างประมาท เห็นแก่ความสบายจนเคยตัว
     

    Untitled-7.jpg

     
    ก่อนเดินเข้าสู่ห้องโถงด้านในนั้น มองขึ้นไปด้านบน จะเห็นหินขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างกัน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "สะพานมรณะ"  ช่วงระหว่างเราเงยหน้าขึ้นไปชมสะพานมรณะอยู่นั้น ได้ยินเสียงวัยรุ่นผู้ชายถามไกด์นำทางว่า "เคยมีใครตกลงมาไหม!"  ได้ยินเสียงผู้หญิงในกลุ่มว่า "แล้วตายไหม" ผู้ชายก็ว่า โห่! สูงขนาดนั้นจะรอดหรือ!  เราได้ยินไกด์เด็กตอบว่า "เละเลยละ"  วัยรุ่นผู้ชาย "เห็นไหมว่าแล้ว"  ไกด์เด็กพูดต่อ "เป็นฝรั่งด้วย...ฝรั่งสุก ตกลงมาเละเลย"  เราฟังแล้วรู้สึกชอบใจในอารมณ์ขันของไกด์เด็ก อดยิ้มหัวเราะไม่ได้
     
     

    Untitled-8.jpg

     
     
    เราเดินเข้าไปชมภายในถ้ำพระยานครต่อ  ภายในถ้ำนั้นมีพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์พลับเพลา ทำด้วยไม้สัก มีช่อฟ้าใบระกา ภายในมีพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ประดิษฐานอยู่  ซึ่งพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์พลับเพลาองค์นี้ รัชการที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น  
     
    ด้านขวาของพระที่นั่งฯ  บริเวณกำแพงหินนั้น มีพระปรมาภิไธยย่อรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นอักษรสีขาว  ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงลงไว้เป็นที่ระลึก 
     
    ซึ่งภายในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานอัฐิหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ป๋าเรียกเราให้มาจุดธูปมนัสการกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต 
     
     

    Untitled-9.jpg

     
     
     
    เดินขึ้นเที่ยวถ้ำไทร
     
     ถ้ำไทรนั้น เราเคยมีโอกาสมาเยือนเมื่อครั้งหนึ่ง นานมากแล้ว เมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น 15-16 ปีเห็นจะได้ ตอนนั้นโกรุ่ง โกศรี กับกลุ่มเพื่อนๆ มาเยี่ยมครอบครัวเราสมัยอยู่ประจวบฯ ก็ชวนเรามาเที่ยวด้วย จำได้แต่ว่าเดินขึ้นไปบนถ้ำลำบาก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามนัก แต่เป็นเพียงความทรงจำแค่เพียงลางๆ  ทริปนี้เราหวนย้อนกลับมาเยือนเพื่อย้ำเตือนความทรงจำกันอีกครั้ง
     
     
    พวกเราขับรถมาทางบ้านคุ้งโตนด ซึ่งจะมีป้ายไปถ้ำไทรอย่างชัดเจน ไปถึงก็จอดรถบริเวณตีนเขา  เดินเท้าขึ้นไปราว 280 เมตร  ทางเดินบางช่วงชันเหมือนกัน ต้องเดินปีนป่ายขึ้นไป  ซึ่งเราก็ค่อยๆ เดินขึ้นไป เหนื่อยก็หยุดพัก  ช่วงระหว่างทางก็มีจุดชมวิว มองเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลด้านล่าง เห็นสีสันน้ำทะเล ดูแล้วช่างงามตานัก
     

    Untitled-10.jpg 
    กว่าจะเดินขึ้นไปถึง ก็ทำเราเสียเหงื่อไปเยอะเลย ก่อนเดินเข้าไปชมความงามในถ้ำ เรายืนพักสักครู่ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพก่อน  เมื่อพร้อมแล้ว พวกเราเดินเข้าไปเที่ยวถ้ำกันต่อ  ซึ่งภายในถ้ำนั้นมืดมาก เราต้องใช้ตะเกียง ซึ่งมีให้เช่าดวง 40 บาท หรือเราใช้บริการเจ้าหน้าที่หรือ น้าหมึก คอยบริการถือตะเกียงนำทาง แถมเป็นไกด์ เล่าประวัติ ความเป็นมา จุดน่าชมภายในถ้ำ ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
     

    Untitled-11.jpg

    Untitled-12.jpg 
     
    ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยที่สวยงามนัก ซึ่งหินงอกบางแห่ง ก็มีรูปร่างลักษณะคล้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือสรรพสิ่งนานาชนิด แล้วแต่จินตนาการของคนมอง  ซึ่งเราเห็นแล้วก็อดทึ่ง ปนประหลาดใจ กับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรไม่ได้ เสียดายที่เราถ่ายภาพออกมาไม่สวยงามเท่าที่ตาเราเห็นนัก เพราะความจำกัดคุณสมบัติของกล้อง และความสามารถของเรา ในเรื่องถ่ายภาพในถ้ำมีไม่มาก อีกทั้งเรื่องเล่ารายละเอียดอีกเยอะที่น้าหมึกเล่าให้ฟัง แต่เราไม่ทันได้ฟัง เพราะมัวแต่ต้วมเตี้ยมเก็บภาพถ่ายรูปอยู่
     
    Untitled-14.jpg 
     
       Untitled-16.jpg 
    Untitled-17.jpg
     
     <<<ตอนที่แล้ว                                                   >>>อ่านต่อ 
     
     
     

    อช.เขาสามร้อยยอด I

    SV302616.jpg

      ...ทริปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด...  

     
    กลับไปเที่ยวเยือนอีกครั้ง
     
     
    พูดถึงอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดนั้น  ครอบครัวเราเคยมีโอกาสไปเที่ยวเยือนครั้งหนึ่ง  แต่ไปเที่ยวแบบแวะพักแรมที่หาดสามพระยาเท่านั้น  ไม่ได้ไปเที่ยวชมความงามถ้ำพระยานคร ถ้ำไทร หรือที่อื่นเลย  รู้สึกเหมือนตัวเองไปไม่ถึง  วันหยุดยาวครานี้ เราก็เลยถือโอกาสพาครอบครัวกลับไปเที่ยวเยือนกันอีกครั้ง เดิมทีเราวางแผนกันไว้ว่า จะไปกางเต็นท์พักแรมที่หาดสามพระยา มีอันต้องเปลี่ยนแผน พาครอบครัวไปหาที่พักแรมของเอกชนแถวหาดสามร้อยยอดแทน
     
     
    หาดสามร้อยยอด
     
     
    พูดถึงที่พักแรมของเอกชนที่ใกล้อุทยานนั้น มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกอยู่ 2 แห่ง แถวบริเวณถ้ำไทร  และหาดสามร้อยยอด ซึ่งที่พักแรมนั้น ก็มีหลายรูปแบบ หลายราคา เลือกใช้บริการกันตามความชอบ   ซึ่งครอบครัวเราเลือกที่พักแรมแถวหาดสามร้อยยอด เช่าที่พักแบบเป็นหลังดูเป็นส่วนตัวดี ราคา 1,000 บาท/คืน นอนได้ประมาณ 6-7 คน
     
    ที่หาดสามร้อยยอดนั้น มีร้านขายอาหารทะเลสด กุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งอาจมีหลายร้าน เอาเท่าที่เรารู้ก็มี ร้านเจ้เอื้อง(เจ้าเก่า) มีบริการนึ่งฟรีให้ด้วย  หรือไม่ก็รอซื้อกับชาวประมงในตอนเช้า ฯลฯ ส่วนราคานั้น ที่เห็นก็มีหลายราคาอย่างปูม้าก็ 150-250 บาท/กก. ปลาหมึก 80-120 บาท/กก. ฯลฯ ขึ้นอยู่กับไซด์ขนาด   จะถูกหรือจะแพงไม่รู้  รู้แต่ว่าสด อร่อยมาก  ไปพักแรม 2 คืน ซื้ออาหารทะเลมากินทุกมื้อ เรียกว่ากินกันจนรู้สึกเบื่ออาหารทะเลไปอีกนานเลย  
     
     
    พูดถึงชายหาดสามร้อยยอดนั้น เป็นชายหาดที่บรรยากาศเงียบสงบ น่าพักผ่อนหย่อนใจทีเดียว กิจกรรมยามไปเที่ยวทะเล ส่วนมากเรามักจะไม่ค่อยเล่นน้ำทะเลนัก มักใช้เวลาว่างนั่งเขียนโปรสการ์ดบ้าง อ่านหนังสือบ้าง หรือไม่ก็เดินเที่ยวทอดน่องไปตามชายหาด เก็บภาพบรรยากาศรอบๆ  ซึ่งก็สร้างความสุข ความเพลิดเพลิน ให้กับเราไม่น้อย
     

    Untitled-4.jpg

      
    ส่วนคนอื่นในครอบครัวก็เช่นกัน ไม่ค่อยชอบเล่นน้ำทะเลกัน ส่วนมาก จะนอนพักผ่อน หรืออ่านหนังสือกันสะมากกว่า  ก็มีแต่เจ้าน้องชาย 2 คนเท่านั้น ที่ชอบเล่นน้ำทะเลกันเป็นที่สุด   เห็นเจ้าน้องมาร์คกำลังโชว์ท่าว่ายน้ำที่เรียนมา อวดให้ก๊อม้อดูกันอย่างสนุกสนาน เราก็อดที่จะเดินไปเก็บภาพไว้ไม่ได้   
     

    Untitled-1.jpg

     
     
    วันรุ่งขึ้นเราตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อรอชมความงามยามพระอาทิตย์ขึ้น ช่วงระหว่างพระอาทิตย์กำลังขึ้น เรามองเห็นท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสี ดูแล้วสวยงามนัก  และเพลินกับการนั่งมองเรือชาวประมง ที่ออกเรือหาปลาตอนกลางคืน กำลังนำเรือกลับเข้าชายฝั่งกัน มองดูภาพครอบครัว ที่ต่างมารอช่วยกันแกะ หมึก ปลา ออกจากอวน ซึ่งก็ได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายในอีกรูปแบบหนึ่ง
     
      

    Untitled-5.jpg

     
     
     นั่งเรือเที่ยวรอบเกาะแล้วไปลงเรือที่หาดแหลมศาลา
     
     
    พวกเราชวนกันไปเที่ยวถ้ำพระยานคร  เราใช้เส้นทางไปบ้านบางปู   ซึ่งก็มีป้ายบอกทางไปถ้ำพระยานครเป็นระยะ  ไม่นานพวกเรามาถึงลานจอดรถบริเวณตีนเขาเทียน  ซึ่งข้อมูลที่เราพอรู้ก่อนมา วิธีไปเที่ยวถ้ำพระยานครมีอยู่ 2 วิธี  คือ เดินข้ามเขาเทียนไปประมาณ 400 กว่าเมตร ถึงหาดแหลมศาลา  และเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำพระยานครอีก 430 เมตร   หรือ เหมาเรือไปหาดแหลมศาลา แล้วเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำพระยานคร  ซึ่งครอบครัวเราเลือกเหมาเรือไปเที่ยวรอบเกาะ แล้วไปลงที่หาดแหลมศาลา
    ค่าเหมาเรือเที่ยวรอบเกาะ 500 บาท/ลำ  แต่ถ้านั่งเรือไปลงที่หาดแหลมศาลาอย่างเดียว ถ้าจำไม่ผิดอยู่ประมาณ 200-250 บาท/ลำ
     

    Untitled-2.jpg

       
    ช่วงระหว่างเดินไปขึ้นเรือ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เพราะน้ำทะเลลดลงไปมาก เราเห็นคนกำลังงมหาอะไรไม่รู้ในทะเล เรามองด้วยความสงสัย ไปถึงเรือ ก็ถามได้ความว่า  ช่วงระหว่างรอนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ พวกเขาก็ใช้เวลาว่างงมหากุ้งกัน 
     
    พวกเรานั่งเรือชมเกาะนมสาว และขึ้นไปกราบไหว้เจ้าแม่นมสาว ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวประมงกัน    ช่วงระหว่างที่พวกเราเดินกลับลงมานั้น ก็เห็นสองน้าหลานที่เราจ้างเรือมา กำลังก้มๆ เงยหาอะไรกันอยู่หนอ!  พวกเราเดินเข้าไปดู  ถึงได้รู้ว่า พวกเขากำลังหาหอยนางรมที่ขึ้นตามธรรมชาติกันอยู่นี่เอง  ได้พูดคุยกัน ได้รู้ว่า เรือที่เรานั่งมาไม่ใช่เรือของพวกเขา เขาไปเช่ามา ได้แต่เพียงค่าจ้าง อย่างถ้ารอบเกาะ เขาจะได้ประมาณ 100 บาท/เที่ยว  ในช่วงระหว่างรอนักเที่ยว พวกเขาก็ใช้เวลาว่างหาหอยนางรม เพื่อนำไปขาย จะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก  ครอบครัวฟังแล้วก็ช่วยอุดหนุนซื้อหอยนางรม เอาไปทำกับข้าวมื้อเย็น ทอดกับไข่ อร่อยเหาะไปเลย
     
     

    Untitled-3.jpg

     

    Untitled-6.jpg

     
    นั่งเรือชมเกาะได้สักพัก ไม่นานพวกเราก็ถึงหาดแหลมศาลา  ในสายตาเราแล้ว เป็นชายหาดที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งทีเดียว ซึ่งชายหาดแหลมศาลานี้มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร อาบน้ำจืด ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย