...พี่รัช... 的个人资料♡♡♡Diary My_Travel♡♡♡照片日志列表更多 工具 帮助

日志


12月24日

แอ่วเมืองเหนือ...จากแม่สายสู่เชียงใหม่

 

วันเดินทางที่ 18/11/49

 

        เช้าวันรุ่งขึ้น  ป๋ามาปลุกพวกเรา ให้มาดูหมอกในยามเช้า   เรานั้นไม่อยากลุกจากที่นอนเลย  "เจ๋  เจ๋  ตื่นๆ "   เสียง

เจ้าน้องมาร์คเคาะประตูเรียก ทำเอาพวกเราตื่นนอนไม่หลับกัน  เกิดอาการอยากเข็กหัวเด็กสักโป๊กหนึ่ง  แต่พอเปิดประตูห้อง

ออกมา เรานี่กลับไปคว้ากล้องมาถ่ายรูปทันที เห็นหมอกบางๆ ลอยอบอวลไปทั่ว อากาศดีชะมัดเลย

 

          9.00 น. ล้อหมุน พวกเราออกเดินทางจากคุ้มเจ้ารีสอร์ท วันนี้พวกเราต้องเดินทางไปเชียงใหม่  ก่อนจะออกจากแม่สาย

พวกเราวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวหอฝิ่น  สามเหลี่ยมทองคำ กันก่อน 

 

Passport เที่ยว 5 ที่ แห่งที่ 2...หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

 

          จากแม่สายเราขับรถมุ่งตรงไป สามเหลี่ยมทองคำ ตามทางหลวงหมายเลข 1290  ขับมาประมาณ 28 กม. ได้ พวกเราก็

มาถึง หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ   พอไปถึงทางเข้าเจ้าหน้าที่ให้เราขับรถเลี้ยวไปทางขวา  ถึงหน้าอาคาร เราหาที่จอดรถ

และก็จัดการล็อครถ เสร็จเรียบร้อย  ก็เดินขึ้นอาคารเตรียมเข้าชม  ก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า ให้เราขับรถไปจอดอีกที่หนึ่ง  แล้วนั่ง

รถตู้เจ้าหน้าที่กลับมาที่อาคารนี้  เราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องไปจอดรถอีกฝั่งหนึ่ง ก็สอบถาม ก็ถึงบางอ้อ!  เพราะว่าอาคารนี้เป็น

อาคารขาเข้า พวกเราจะไม่เดินย้อนกลับ จะต้องเดินเข้าอุโมงค์ทางเดิน ซึ่งเจาะทะลุภูเขาไปออกอีกฝั่งอาคารหนึ่ง ซึ่งอุโมงค์นั้น

มีความลึกประมาณ 137 เมตร   

 

   

 

        

             ตลอดเส้นทางเดินนั้น  มีการจัดแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น  เริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่น

ในยุคโบราณย้อนกลับไป 5,000 ปี   ประวัติการแพร่การจายของฝิ่นในสมัยจักรวรรดินิยม สงครามฝิ่นและการควบคุมปัญหาฝิ่น  

พร้อมกันนี้มีการจัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์ วีดีทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับฝั่นและยาเสพติดจาก

หลายประเทศทั่วโลก ฯลฯ   ซึ่งภายในนิทรรศการนั้นไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ

            เราใช้เวลาเดินชมนิทรรศการกว่า 2 ชั่วโมง  เราได้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ  ได้แง่คิดที่ดีมาก ทำให้มองเห็นสภาพคน

ที่ติดยาเสพติดชัดเจนมากยิ่งขึ้น  รู้สึกเศร้าและสลดใจ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเรา บอกได้คำเดียว "ไม่"   เราจะไม่นำพา

ชีวิตเข้าไปสู่สภาพความเสี่ยง ความทุกข์แบบนั้นโดยเด็ดขาด   

            จากหอฝิ่น  เราขับรถลัดเลาะตามถนนเลียบแม่น้ำโขง  เที่ยวสามเหลี่ยมทองคำ และเชียงแสน  ซึ่งพวกเราก็อยู่

เที่ยวกันไม่นานนัก   

 

  

   

    

 

 

 

ไปแวะกินไข่ต้ม ที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ

 

            จากเชียงแสน เราขับรถไป อ.เชียงราย ผ่าน อ.แม่ลาว มาเปลี่ยนใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 ผ่านแม่สรวย 

เวียงป่าเป้า   ซึ่งระหว่างทางเราเห็นป้ายทางไปดอยวาวีด้วย  จำได้ว่าเพื่อนเคยไปเที่ยว เล่าให้ฟังว่าสวย บรรยากาศดีมาก 

ซึ่งข้างบนเขาเป็นชุมชนของชาวจีนฮ่อ และที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกไร่ชาที่ใหญ่แห่งหนึ่งของไทยเลยทีเดียว  

สักวันหนึ่งคงได้มีโอกาสได้ไปเยือน   ระหว่างทางก่อนจะลงดอยสะเก็ด  พวกเราแวะเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ

ที่อยู่ริมถนนกันก่อน

 

 

 

                     บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ เป็นน้ำร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากดิน มีอุณหภูมิประมาณ 90 กว่าองศาได้ ไปถึง

เจ้าน้องมาร์คเห็นนักท่องเที่ยวอื่นเขาต้มไข่กัน ก็อยากจะลองบ้าง พวกเราซื้อให้เจ้ามาร์ค เขาลองต้มไข่ดู ก็เป็นอะไรที่แปลก

สนุก สำหรับเจ้าน้องมาร์คไปเลย  

 

 

 

 

ถึงเชียงใหม่ เย็นย่ำชวนกันเดินเที่ยว...ถนนคนเดิน...

 

          ลงจากดอยสะเก็ด  มาถึงตัวอำเภอเชียงใหม่ เรามุ่งตรงไปที่พักแรมที่ได้ติดต่อจองไว้  เราขับรถมาดูตามแผนที่

ประกอบ  แต่ก็ช่วยได้ไม่มากนัก  เพราะเส้นทางภายในเมืองนั้นจะเป็นเส้นทางวันเวย์ตลอด  เราขับรถวนแล้ว ก็วนอีก

แถมบางช่วงรถก็ติด  กว่าเราจะหาที่พักเจอก็เสียเวลาไปชั่วโมงกว่า เฮ้อ! ขับรถวนขึ้นเขา ยังไม่เหนื่อยเท่ากับขับรถวน

ในเมืองเลยสิพับพ่า...

          ถึงที่พัก ที่ภัชกิจเฮ้าท์  ก็ชวนกันไปหาที่กินข้าว   หลังจากนั้นค่อยไปเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ  จากที่พักพวกเราเดิน

ทะลุซอยมาไม่ไกลนัก  ก็มาถึงถนนคนเดิน  ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดพระสิงห์    เสียดายตอนนั้นพวกเรามัวแต่ห่วงหาที่กินข้าว

เย็นกัน  ไม่ได้เข้าไปกราบไหว้พระในโบสถ์กันก่อน  

          ถนนคนเดินนั้นเป็นแหล่งที่มีพ่อค้า แม่ค้า นักศึกษา นำสินค้าที่ทำด้วยมือมาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มี

นักท่องเที่ยวมาเดินเที่ยวชมมากเช่นกัน  

 

 

  

        

        ครอบครัวเราเดินไปเห็นคุณยาย นั่งรถเข็น กำลังทำโมบายสานเป็นรูปม้าอยู่ ดูแล้วสวยน่ารักดี  พวกเราเห็นแล้ว ก็อดช่วย

ซื้อและอุดหนุนไม่ได้   ดูสิยายอายุมากแล้ว  แต่ไม่ท้อหมดกำลังใจ ยังสู้หาอะไรทำเพื่อเลี้ยงชีพ โดยพึ่งพาตัวเอง

เราเห็นแล้วรู้สึกบอกเตือนตัวเองเราไม่ควรกลัวต่อความลำบาก ทำอะไรพยายามฝึกฝนพึ่งพาช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดให้ติด

ชินเป็นนิสัยเพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ติดหลงในความสบายจนเคยตัว  เพราะอนาคตภายภาคหน้าเราอาจไม่รู้ได้ 

 

 

    

       เดินถึงทางแยกช่วงหนึ่ง  เจ้าน้องมาร์คหยุดชะงักไม่ยอมเดินต่อ  มองด้วยความสงสัย  "เจ๋  นั่นคนหรือหุ่น"  "อะไรหว๊า

น้องตูมานดูไม่ออกหรือนี่"  เอ...แต่มาคิดอีกทีจะไปว่าน้องสับสนดูไม่ออกก็ไม่ได้  ก็เขายืนทำได้เหมือนขนาดนั้น  ซึ่งก็อ่าน

ป้ายแล้ว บอกทำนองว่า  เชิญเราระบายป้ายสี จะวาดอะไรลงที่ตัวเขาได้ตามใจ  หากจะชมการเคลื่อนไหวก็เชิญยอดเหรียญ

ประมาณนั้นแหละ ซึ่งก็มีตระกร้าอยู่ด้านข้าง  เจ้าน้องมาร์คก็ลองเอาพู่กันไปป้ายตามกางเกง อาการแบบกล้า ๆกลัวๆ  น้องหลิน

ให้เงินน้องมาร์คไปใส่ที่ตระกร้า   เขาก็ขยับหมุนตัวเหมือนหุ่นยนต์  ทำเอาเจ้าน้องมาร์คยืนมอง อ้าปากหวอ เพราะไม่เคยเห็น

ก็เป็นอะไรที่แปลกสำหรับเขา   พวกเราเดินเที่ยวกันได้สักพักใหญ่  ยังเดินเที่ยวไม่ทั่วนัก  ก็ชวนกันกลับที่พัก  แม่เริ่มปวดขา

และอยากพักผ่อน 

      ที่พักแรมคืนนี้  เป็นเกสต์เฮ้าท์ ซึ่งดูสะอาด สะอ้าน ปลอดภัย น่าพักแรมมาก แถมผู้ดูแลคอยต้อนรับอัธยาศัยดีอีกด้วย 

ครอบครัวเราติดใจข้าวต้ม อาหารเช้ามาก อร่อยจริงๆ

 

 

 

<<<<< พระตำหนักดอยตุง คลิกที่นี่                            สวนสัตว์เชียงใหม่,งานราชพฤกษ์ คลิกที่นี่>>>>>

 

 
12月3日

แอ่วเมืองเหนือ ตอน สวนแม่ฟ้าหลวง

 

วันเดินทางที่ 17/11/49

            เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางนั้น  พวกเราต่างเก็บภาพบรรยากาศรอบที่พัก โป่งพระบาทรีสอร์ทกันอย่างสนุกสนาน ที่นี่ตอนเช้ามืดมีหมอกบาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่ว อากาศเย็นสบายๆ    09.00 น. ล้อหมุน  พวกเราเดินทางกันต่อ จุดหมายที่เราจะไปคือ พระตำหนักดอยตุง 

 

...ประเดิม Passportเที่ยว 5 ที่...ณ พระตำหนักดอยตุง ...สวนแม่ฟ้าหลวง...

           เราขับรถไปตาม ถนนพหลโยธิน  ผ่านอำเภอแม่จัน จนถึงบ้านสันกอง ราวกิโลเมตรที่ 870  เราเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ขับเลี้ยวซ้าย เข้าเส้นทางหลวงหมาย 1149  ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นถนนลาดยาง ขึ้นเขาประมาณ 15 กิโลเมตร ไม่นานพวกเราก็เดินทางมาถึงพระตำหนักดอยตุง

 

 

 

       พวกเรามุ่งตรงเดินลงไปเที่ยวชมสวนแม้ฟ้าหลวงกันก่อน ไปคราวนี้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ โดยให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมเรือนเพาะเนื้อเยื่อกล้วยไม้  จากนั้นก็เดินเข้าส่วนจัดแสดงโครงการพระราชดำริในหลวง เป็นเรื่องการปลูกหญ้าแฝก  ซึ่งก็มีการจัดตกแต่งสวนจำลอง เพื่อให้มองภาพชัดเจนขึ้น  ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้คุณประโยชน์ของหญ้าแฝกเพิ่มเติมมากขึ้น จากเดิมที่เรา รู้เพียงว่าการปลูกหญ้าแฝกสามารถช่วยเรื่องการยึดหน้าดินได้ดี เพราะว่ามีรากฝอยเยอะ  แต่หญ้าแฝกนั้น ยังมีคุณประโยชน์อื่นอีก สามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น นำมาถักสานเป็นกระเป๋า สานทอเป็นเสื่อ  มุงหลังคาหญ้าแฝก ฯลฯ

 

          

                                       

 

 

 

     ภายในส่วนของสวนแม่ฟ้าหลวงพูดได้เลยว่า มาเที่ยวที่นี่คราใดไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย กลับรู้ตื่นตา ตื่นใจ เพลิดเพลินได้ชมมวลดอกไม้นานาพันธ์ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนแทบไม่เคยซ้ำเลย  

 

   

 

  

 

 

 

        

    

 

     

 

     

 

        image                                image          

          พวกเราชวนกันเดินขึ้นไปเที่ยวพระตำหนักดอยตุงกันต่อ   พระตำหนักดอยตุงนั้นมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนา      ด้านบนประดับด้วยกาแล ตามรอบเชิงชายพระตำหนักประดับด้วยลวดลายแกะสลัก ดูสวยงามเด่นยิ่งนัก

          ภายในพระตำหนัก ส่วนของท้องพระโรง บนเพดานนั้น ติดประดับด้วยรูปดาวกลุ่มต่างๆ ในระบบสุริยจักรวาล ที่ทำ        ด้วยไม้สนแกะสลักที่สวยงามมาก ที่พิเศษก็คือ เป็นกลุ่มดาวที่แกะสลักตามวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า  

          ยังมีหลายส่วนในพระตำหนักที่สวยงามอีกมากมาย ซึ่งภายในนั้นไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ เราเดินชมห้องบรรทม             ห้องทรงงานของสมเด็จย่า จากช่องประตู หน้าต่าง ได้รู้ว่า พระองค์ทรงอยู่อย่างเรียบง่าย   ภายในห้องนั้น จัดตกแต่งแบบ         เน้นประโยชน์ใช้สอย ที่จำเป็นเท่านั้น  

 

       

 

      

 

 

พวกเราเพลิดเพลินเดินเที่ยวชมพระตำหนักดอยตุง และสวนแม่ฟ้าหลวง จนถึงบ่ายสองโมงกว่า   ก็ชวนกันออกเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปของพวกเราคือ ท่าขี้เหล็ก อ. แม่สาย 

 

ช้อปปิ้งแม่สายเหนือสุดแดนสยาม 

 

        ชายแดนท่าขี้เหล็กในวันนี้ดูเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราเคยมาเที่ยวเยือน  ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่สร้างเป็นระเบียบมากขึ้น อาคาร สิ่งก่อสร้างต่างๆ ฯลฯ  แต่สิ่งหนึ่งที่ดูไม่เปลี่ยนนัก คือ ยังมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวช้อปปิ้งกันไม่ขาดสาย  ไปครั้งนี้พวกเราไม่ได้เดินข้ามแดนไปฝั่งพม่า  แค่เดินเที่ยวชมในบ้านเราเท่านั้น  เราเดินซื้อของได้ไม่นาน อาการปวดเส้นขาก็กำเริบ (ช่วงหลังๆ มา หากเดินนานๆ เยอะๆ จะเป็นแบบนี้ประจำ)  และอีกทั้งไม่ค่อยสนุกกับการช้อปปิ้งเท่าใดนัก  การท่องเที่ยวซื้อของที่นี่ สิ่งสำคัญคือ    ดูของเป็นและต้องเป็นคนต่อราคาเก่ง ๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นจะเสียเงิน ซื้อของแพงจนเสียความรู้สึก 

          สำหรับเราไม่ถนัดและไม่ค่อยชอบนัก ขอไปนั่งรอดีกว่า  ต่างกับโกศรี เป็นขาช้อป แถมต่อราคาเก่งมาก จนบางครั้งเราไม่กล้ายืนใกล้ๆ กลัวโดนลูกหลง  จะว่าไปบางทีเราอยากได้ของอะไร ก็ได้โกศรีที่ช่วยเลือก ต่อราคาให้นี่แหละ อิอิอิ  พวกเราช้อปปิ้งกันได้เวลาสมควร ก็ชวนกันกลับที่พักแรม  ซึ่งคืนนี้พวกเราจะพักแรมที่ คุ้มเจ้ารีสอร์ท

  

image

 

<<<อ่านตอนที่แล้ว...วัดร่องขุ่น                                            อ่านตอนต่อไป...จากแม่สายถึงเชียงใหม่