...พี่รัช...'s profile♡♡♡Diary My_Travel♡♡♡PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 26

    แอ่วเมืองเหนือ ตอน วัดร่องขุ่น

     

    ก่อนเดินทาง

       "รัช ช่วงนี้งานไม่ค่อยยุ่งนัก ไปเที่ยวงานพืชสวนโลกกันดีกว่า" พูดถึงเรื่องเที่ยวเรานี่หูพึ่ง เรานั้นวางแผนการเที่ยวคร่าวๆ ในใจทันที คิดไว้ว่า เดินทางไปรถทัวร์ หรือรถไฟ แล้วค่อยไปต่อรถที่เชียงใหม่ หรืออยากไปเที่ยวไหนก็เช่ารถตู้ที่นั่นอีกที

       ได้แผนท่องเที่ยวคร่าวๆ แล้ว เราก็ปรึกษากับครอบครัว ผลสรุป  " รัช ขับรถไปเองเถอะ หยุดงานสัก 5-6 วัน ขับไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก ค่ำไหนก็นอนนั้น"  "แล้วก็ให้ม้อซื้อ passport เที่ยว 5 ที่จ่ายไปแล้ว 3,000 บาท"  " แม่อยากไปเที่ยววัดร่องขุ่น อย่าลืมพาไปเที่ยวด้วยนะ "     เราฟังแล้วรู้สึกอดกังวลไม่ได้ ระยะทางไกลไม่ใช่น้อย จะไหวหรือเรา!  คิดอีกที  เอ้า! ว่าไงว่าตามกัน มัวคิดมากกังวลไปทำไม  ไม่เช่นนั้นก็อดเที่ยวน่ะสิ

       เราวางแผนการเที่ยวใหม่  วางแผนเรื่องเส้นทางการเดินทาง  สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักแรม เพื่อให้สอดคล้องกับวัน เวลา  ซึ่งครอบครัวก็ดักคอไว้เลยว่า  ประเภทไปเที่ยวแบบเยอะๆ  แล้วต้องเที่ยวแบบรีบๆ เร่งๆ ไม่เอานะ เลือกที่เที่ยวที่อยากไปกันก็พอ    เราคิดในใจ ถ้าเราจ้างรถตู้ไปเที่ยวก็จะทำแบบที่ว่า แวะเที่ยวหลายที่ให้คุ้มอยู่หรอก  แต่นี่ต้องขับรถไปเอง เราไม่วางแผนเที่ยวแบบนั้นแน่  แค่คิดก็เหนื่อยแล้วล่ะ

    วันเดินทาง...15-16/11/49

                  

             เดิมเราวางแผนไว้ว่าจะเดินทาง เช้าวันที่ 16  แล้วตียาวไปให้ถึงเชียงรายเลย ไปถึงก็คงดึก ก็คงเหนื่อยน่าดู  มาคิดอีกที เปลี่ยนออกเดินทางช่วงบ่ายวันที่ 15  ไปถึงพิษณุโลกก็แค่หัวค่ำ  เช้าวันรุ่งขึ้นค่อยตีรถยาวไปถึงเชียงราย จะดีกว่า

           วันเดินทาง ช่วงระหว่างเดินทาง ถนนสายบางเลน ไปสี่แยกนพวงศ์ และบางช่วงถนนสายสุพรรณบุรี เราเห็นน้ำท่วมบ้านเรือน ท่วมท้องนามองไปไกลสุดตา ทั้งสองฟากถนน เห็นแล้วรู้สึกขนลุกซู่ สงสารผู้ประสพภัยเป็นที่สุดเลย   

     

     

            ห้าโมงเย็นพวกเราก็ถึงพิษณุโลก  ซึ่งคืนนี้พวกเราพักแรมที่ ทอแสงการ์เด้น  ซึ่งราคาที่พักไม่แพง 350 บาท/คืน  ทั้งสะอาด และบริการดีอีกด้วย 

     เว็ปไซด์ ทอแสงการ์เด้น

         ตอนหัวค่ำพวกเราชวนกันกินข้าว ร้านผักบุ้งบินกัน ไปถึงเราเห็นชาวต่างชาติ ที่ทัวร์พามาเที่ยว กำลังสนุกสนานกันเชียว บ้างก็ขึ้นไปถือฝาหม้อรับผักบุ้งผัด บ้างก็ยืนคอยลุ้นและถ่ายภาพอยู่ข้างล่าง เราดูแล้วก็อดสนุกและลุ้นไปด้วยไม่ได้ เห็นแล้วก็อดนึกถึงไอศกรีมลอยฟ้า นครปฐมบ้านเราไม่ได้ อยากให้พวกเขาได้ไปเที่ยว ลองรับไอศกรีมดูบ้างจัง

     

       ....ขอพรพระพุทธชินราช....

              วันรุ่งขึ้น  พวกเราแวะไปมนัสการไหว้พระพุทธชินราชกันก่อน เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต และขอพรพระคุ้มครองให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ คลาดแคล้วจากภัยอันตรายใดใดทั้งปวง  ซึ่งก่อนออกเดินทางจากบ้าน เราก็ไปมนัสการไหว้พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ขอพรให้คุ้มครองเช่นกัน  โห่...นี่ขนาดมานขับรถไปเที่ยว ทำยังกับจะไปออกรบแนะ ...เอิ๊กกกกกก  ก็เป็นความเชื่อศรัทธาของเรา ไม่ว่าเดินทางใกล้ไกล เรามักทำเช่นนี้เสมอ  เวลา 10.30 น ล้อหมุนเดินทางออกจากวัด

       image

    ...วัดร่องขุ่น  ศิลปะงดงาม วิจิตรตระการตา...

     

     

        

     

     

    จากพิษณุโลก เราใช้เส้นทางไป อุตรดิตถ์ เด่นชัย แพร่ งาว พะเยา และเชียงราย   ประมาณบ่ายสามโมงกว่า พวกเราก็มาถึงวัดร่องขุ่น ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน กม.816  ก่อนถึงตัวอำเภอเมืองเชียงราย  

       ลักษณะพระอุโบสถวัดร่องขุ่นนั้น เป็นสีขาวทั้งหลัง รอบพระอุโบสถประดับด้วยกระจกขาวส่องแสงแวววาว ลวดลายศิลปะอุโบสถก็ดูสวยงามวิจิตรตระการตา  ด้านหน้าพระอุโบสถก่อนข้ามสะพานนั้น มีรูปปั้นเขี้ยวปากพญามาร ดูแปลกตาน่าสนใจ ซึ่งได้อ่านข้อมูลพอรู้ความหมายพอสังเขปว่า เปรียบเสมือนขุมนรกหรือความทุกข์ ก่อนจะเดินผ่านขึ้นไปบนสะพานนั้น   ก็ให้ตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัญหาของเรานั้นทิ้งลงไปในปากพญามาร เหมือนเป็นการชำระทำจิตใจให้ผ่องใส  แล้วเดินขึ้นบนบันได 3 ขั้นความหมายนั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  ผ่านแล้วก็ขึ้นไปสู่อรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอก และบานประตู 4 บาน ซึ่งบานสุดท้ายนั้นเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่างหรือความหลุดพ้น 

     

           

      

     

      

         

                       

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

        ภายในพระอุโบสถนั้น เป็นภาพเขียนพระพุทธรูปโทนสีทอง ดูสวยงามยิ่งนัก รอบผนังโบสถ์ เพดาน ก็เป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งสู่โลกุตตรธรรม ซึงภาพเขียนนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์นัก เราสะดุดตากับภาพเขียนบนฝาผนังโบสถ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพเครื่องบินชนตึกเวิรด์เทรด อเมริกา ,ภาพอุลต้าแมน ฯลฯ นำเหตุการณ์ร่วมสมัยมาวาดลงบนฝาผนังอีกด้วย   ซึ่งก็ยังมีความหมายเกี่ยวกับพระอุโบสถหลายอย่างที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งศิลปะงานที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้สร้างขึ้นมาแต่ละอย่างนั้น ล้วนแฝงไปด้วยคติธรรม หลักธรรมพระพุทธศาสนาทั้งนั้น 

      

                   

     

       พวกเราชวนกันไปอาคารแสดงศิลปะของอาจารย์เฉลิมชัยกันต่อ  ซึ่งก็สะดุดตาอาคารด้านข้าง ที่ด้านบนหลังคาตกแต่งลวดลายไทยวิจิตรบรรจง สีเหลืองทองอร่าม สวยงามนัก  เห็นเขาว่าเป็นห้องน้ำ  เราคิดว่าเราฟังผิดเป็นแน่ ไม่มั่นใจก็เดินถอยกลับมาดูป้ายอีกครั้ง โห่! จริงด้วย ไม่เคยเห็นที่ปลดทุกข์ที่ไหน สวยงามเช่นนี้มาก่อน  

        เสียดายไปเที่ยวครั้งนี้ไม่เจอตัวอาจารย์ แม่เราปลื้มและชอบในความดีของอาจารย์มาก  ซึ่งพวกเราร่วมทำบุญบริจาคเงิน และก็ซื้อโปรสการ์ดภาพเขียน สมุดบันทึก และประวัติในการสร้างวัดร่องขุ่นของอาจารย์มาเป็นที่ระลึกกัน  (เห็นโกศรีซื้อหนังสือ      "ไม่ธรรมดา"ของอาจารย์เฉลิมชัยมา หวังลุ้นรางวัลภาพเขียนของอาจารย์ด้วย อิอิอิ) ซึ่งเท่าที่รู้ ปีหนึ่งอาจารย์เฉลิมชัย จ่ายค่าบำรุงรักษาความสะอาด เพื่อให้อุโบสถขาวสะอาดจำนวนไม่น้อยทีเดียว พวกเราเดินเที่ยวชมวัดได้ชั่วโมงกว่า ก็ออกเดินทางต่อ  แวะกินข้าวเย็นที่ ร้านอาหารชายน้ำ ริมแม่น้ำกก  และเดินทางเข้าที่พัก ซึ่งคืนนี้พวกเราจะ พักแรมที่โป่งพระบาทรีสอร์ท  

     

    image 

              

      ..กลับสู่หน้าหลัก rcdcwkimage                                     อ่านต่อ หน้าถัดไป...พระตำหนักดอยตุง คลิกที่นี่ 

    ...กลับสู่หน้าหลัก diary_rcdcwk