...พี่รัช... 的个人资料♡♡♡Diary My_Travel♡♡♡照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月29日

:::อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม:::

 

อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

         เมื่ออาทิตย์ก่อนครอบครัวเราได้มีโอกาสไปเที่ยวเยือนอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามกัน  ครอบครัวเราต่างชอบบรรยากาศภายในอุทยานฯ กันมาก  แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ ดูแล้วร่มรื่น น่าพักผ่อนหย่อนใจยิ่งนัก  เสียดายที่พวกเราไปถึงที่นั่นบ่ายสามโมงกว่าแล้ว  ก็มีเวลาท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก 

         ภายในอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวแบ่งเป็นหลายส่วน ส่วนแรกเป็นอาคารเชิดชูเกียรติ เป็นอาคารที่นำเสนอเรื่องราวรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์บุคคลสำคัญ พร้อมเกียรติประวัติ คุณค่าความดี ที่เป็นแบบอย่างทั้งของชาวไทย และต่างประเทศ

         ซึ่งบุคคลสำคัญของไทย ก็มี ครูมนตรี ตราโมท  สืบ นาคะเสฐียร  มล.ปิ่น มาลากุล  สัญญา ธรรมศักดิ์ ฯลฯ

                        

      และบุคคลสำคัญชาวต่างประเทศ มี แม่ชีเทเรซา ประธานาธิบดีโฮจิมินห์  เติ้งเสี่ยวผิง และเหมาเจ๋อตุง ฯลฯ

                       

       ส่วนต่อไปเป็นลานพระ ๓ สมัย เป็นลานที่แสดงผลงานประติมากรรมพระพุทธรูป ๓ สมัย ซึ่งมีศิลปะที่มีความแตกต่าง ไปตามอิทธิพลจากศาสนา สังคมและวัฒนธรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

      ที่มาของการสร้างองค์พระแต่ละรูปนั้น เกิดจากความศรัทธาของกลุ่มช่างปั้น ขนาดองค์พระนั้น ๖ ศอก ๙ นิ้ว หล่อด้วยทองเหลืองและรมดำ 

                      

                  

Picture-048-1.jpg                  Picture-053.jpg

 

     ส่วนถ้ำชาดก  เป็นถ้ำจำลองจัดแสดงแสงสีเสียงเกี่ยวกับพระชาติสุดท้ายของพระเวสสันดร เรื่องการให้ทานอย่างไม่มีเงื่อนไข ตอนชูชกขอสองกุมาร ซึ่งเรื่องราวแสดงถึงคติธรรม คำสอนเพื่อให้คนเรารู้จักความพอดีในการดำเนินชีวิต

 

                 

                  

 

      จากถ้ำชาดก  ส่วนต่อไปเป็นส่วนกุฎิพระสงฆ์  เป็นหมู่เรือนไทย ที่สร้างขึ้นตามแบบแผน เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้ง พระสงฆ์เลื่องชื่อ เป็นที่นับถือทั่วแดนไทย ที่ทำหน้าที่ทำนุและจรรโลงพระพุทธศาสนา ซึ่งก็มีหลวงปู่มั่น พระพุทธทาสภิกขุ ฯลฯ ซึ่งส่วนนี้ เราได้แต่เดินเที่ยวชม ไม่ได้ถ่ายภาพมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน   

ส่วนบ้านไทย ๔ ภาค ซึ่งเป็นการจำลองบ้านไทยทั้ง ๔ ภาค  ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้  แต่ละเรือนจัดแสดงสะท้อนถึงเรื่องราวทางวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตของแต่ละภาค ซึ่งมีพื้นฐาน ความเชื่อทางศาสนา และธรรมชาติที่แตกต่างกัน  

                        

                        

                      

 

                                 

 

                 

 

 

          

 

 

 

 

 

 

 

      

 ก่อนถึงลานพระโพธิสัตว์ ลานสุดท้าย  พวกเราแวะนั่งพักผ่อน บริเวณน้ำตกจำลองกันก่อน  ซึ่งน้ำตกจำลองมีขนาดใหญ่พอสมควร บรรยากาศดูร่มรื่น ร่มเย็น  ทำให้เรารู้สึกสดชื่น สุขใจจริงๆ  พวกเรานั่งพักผ่อนกันสักพัก  ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเริ่มตกปรอยๆ แล้ว  ก็ชวนกันเดินทางกลับบ้าน    ครอบครัวเราประทับใจ ก็คุยกันว่า จะหาเวลากลับไปเที่ยวเยือนกันอีก

       หากเพื่อนๆ สนใจอยากจะไปเที่ยวชม เดินทาง ไม่ยาก จากถนนเพชรเกษม เส้นทางนครปฐม ไปราชบุรี เมื่อถึงสี่แยกบางแพ ให้เลี้ยวไปทางอ.บางแพ อ.ดำเนินสะดวก  ซึ่งเข้าไปประมาณ 2-3 กม.ได้  แล้วไปยูเทรินกลับ ก็จะเห็นป้ายทางเข้าอุทยานฯ ซึ่งตลอดเส้นทางนั้นจะมีป้ายบอกทางไปอย่างชัดเจน 

       เวลาเปิดทำการ 08.30 น -17.00 น. บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท    เบอร์โทรศัพท์ 0 3238 1401-3    

         

     กลับหน้าหลัก rcdcwk

     กลับหน้าหลัก diaryrcdcwk

 

 

10月5日

ภูกระดึง...ฉันไปเยือนมาสองครา II

 

 

สัมผัสธรรมชาติบนภู...ในฤดูที่แตกต่าง(ต่อ)

          คราสอง...ไปช่วงธันวาคม 46  เป็นช่วงฤดูหนาว อากาศอุณหภูมิตอนกลางคืนประมาณ 7-8 องศา

 

:::ผานกแอ่น:::

ไปทริปนี้เรากลัวไปชมพร ะอาทิตย์ขึ้นไม่ทันเหมือนเมื่อครั้งก่อน เราตื่นตีห้า ก็คว้ากล้องคู่ใจ   ซึ่งไปทริปนี้ใช้กล้องดิจิตอล  เดินมุ่งหน้าไปผานกแอ่น พอไปถึงก็เห็นคลื่นคนมารอชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสภาพอากาศไม่อำนวย ไม่มีทะเลหมอกให้ชม แถมท้องฟ้าก็ปิด

  แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดหวังอะไรมาก ยามท้องฟ้าเปลี่ยนสี ก็ดูสวยงามไปอีกแบบ และด้วยความเห่อกล้องดิจิตอลของเรา ไม่ว่าธรรมชาติจะอยู่ในสภาพแบบไหน เราก็ยังคงสนุก เพลิดเพลิน กับการถ่ายภาพอยู่ดี 

 

 

              

:::ลานพระแก้ว ,เส้นทางชมน้ำตก:::

    หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว  เราเดินมามนัสการกราบไว้พระที่ลานพระแก้ว เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต  ซึ่งไปทริปนี้บริเวณแถวลานพระแก้ว ไม่มีพวกมอส ไลเครน กลุ่มต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นตามลานเหมือนทริปก่อน 

   ส่วนเส้นทางชมน้ำตกนั้น น้ำตกแทบไม่มีน้ำเลย และแน่นอนก็ไม่มีเจ้าน้องทากด้วย  ทำให้เราเดินเที่ยวชมธรรมชาติได้อย่างสบายใจ 

   ช่วงที่เราไปใบเมเปิ้ลกำลังแดง แต่ไม่ทั่วนัก ว้าววว ยังสวยงามขนาดนี้   ถ้าไปในยามที่ใบเมเปิ้ลแดงไปทั่วจะงามขนาดไหนหนอ!

 

             
 

 

            

   

  ซึ่งไปทริปนี้ดอกไม้ที่เราเห็นระหว่างทางก็มี ดอกกระดุมเงิน ตอกฤาษี หรือดอกไม้อื่นๆ ที่เราไม่รู้จักและไม่ได้ถ่ายภาพมาเยอะเลย  แบบว่าบางครั้งพอเวลาเดินเหนื่อยๆ  อารมณ์ที่อยากจะถ่ายภาพก็ไม่ค่อยมีนัก  ได้แต่ยืนชื่นชมความสวยงามเพียงอย่างเดียว

 

                         :::ไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก:::

      จากเส้นทางชมน้ำตกมาถึงสระอโนดาต พวกเราก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไม่อยากเดินต่อจะกลับที่พัก  ส่วนพวกเราที่ยังพอมีแรงก็เดินไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักกันต่อ   ซึ่งไปถึงก็เห็นคลื่นมหาชนมายืนรอชมพระอาทิตย์ตกกัน  เราเห็นแล้วก็ไม่อยากดันทุรังเบียดเสียดเข้าไป  ถึงแม้ได้มุมถ่ายภาพที่ไม่สวยนัก  แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุข รู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพ ดีกว่าถ่ายภาพไป รู้สึกหงุดหงิดใจไปเนอะ

               

                                        สองภาพบนนี้เป็นภาพจากกล้องดิจิตอลเจ้าน้องชาย

                 

              

 

:::สรุป ก็ยังไม่เข็ด แต่เปลี่ยนสไตล์การท่องเที่ยวใหม่:::

 

เที่ยวคราสองไม่มีอุปสรรคอะไรมาก อีกทั้งสุขภาพร่างกายพร้อม ก็ทำให้เรานั้นมีความสุข ได้เพลินเพลินกับธรรมชาติไม่น้อย  ซึ่งต่างกับเที่ยวทริปคราแรกทำเอาเราแทบแย่  เพราะว่าไปเจอฝูงน้องทากทั้งดงเข้า สติแทบแตก เกิดอาการเครียดลงกระเพาะ จนกินอะไรแทบไม่ลง ได้กินแต่น้ำ  ช่วงขากลับจากดูพระอาทิตย์ตกผาหล่มสักมายังที่พัก เรานั้นสุดทรมานเลย  ก็พยายามอดทนเดินมาถึงที่พักราวเที่ยงคืนเห็นจะได้ ซึ่งเพื่อนๆ ร่วมทริป มีน้ำใจกับเรามาก ไม่ได้ทอดทิ้งเรากับน้องๆ เดินกลับที่พักกันก่อนเลย ทุกคนต่างเดินเป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือเราตลอดทาง ซึ่งกว่าพวกเขาจะได้กินข้าวมื้อเย็นกันก็เข้าไปเที่ยงคืนกว่า  ยิ่งทำให้เรา รู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจมาก

         

หลังจากกลับเที่ยวทริปนี้เราทบทวนดูแล้ว ไปแต่ละทริปมีสร้างภาระให้คนอื่นเดือดร้อนไปทั่ว เราตัดสินใจขอพิจารณาตัวเอง...   แต่เรานั้นยังอยากท่องเที่ยวธรรมชาติแบบนี้อีก ลำพังไปเที่ยวกับน้องสาวสองคน นอกจากปอดแหกแล้ว ที่บ้านก็คงไม่อนุญาตเป็นแน่ ทำอย่างไรดีหนอ!

...คิดขึ้นได้ว่า...เราอยากไปเที่ยวไหนก็ชวนพาไปเที่ยวทั้งครอบครัวเลยดีกว่า  ก็เริ่มวางแผนไว้ในใจ จะไปที่แห่งใดดีหนอ!..ที่ครอบครัวเราสามารถไปเที่ยวกันได้ และเหนืออื่นใด ทำให้ครอบครัวเราติดใจ หลงเสน่ห์กับการท่องเที่ยวธรรมชาตินี้เหมือนกับเรา  ....   นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลย.อิอิอิ...ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเที่ยวธรรมชาติพร้อมครอบครัว

ซึ่งหลังจากที่คิดวางแผนได้ไม่นาน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 45  เราก็พาครอบครัวไปเที่ยวชมความสวยงาม และความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกทีลอซู จังหวัดตากกัน  ....ติดตามตอนต่อไป

ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเพิ่มเติมได้ที่

http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=11&lg=1

     กลับหน้าหลัก rcdcwk

     กลับหน้าหลัก diaryrcdcwk                                                          <<<คลิกกลับไปหน้าที่ 1 

10月2日

ภูกระดึง...ฉันไปเยือนมาสองครา

        ภูกระดึง...ฉันไปเยือนมาสองครา 

          เมื่อตอนสมัยเรียนหนังสือ เพื่อนๆ รวมตัวกันไปเที่ยวภูกระดึง ตอนช่วงปิดเทอม  เรานั้นรู้สึกดีใจมาก อยากจะไปเที่ยวเยือนสักครั้ง  แต่สุดท้ายครอบครัวไม่อนุญาต เราก็กินแห้ว อดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ  ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์เกเร งอน ปึงปัง อะไร เคารพและเชื่อฟังการตัดสินใจของป๋ากับแม่  ก็คิดไว้ว่า คงมีสักวันหนึ่งที่เราจะได้มีโอกาสได้ไปเยือน

          และวันนั้นก็มาถึง เราได้มีโอกาสไปสัมผัสธรรมชาติภูกระดึงถึงสองครา ในฤดูที่แตกต่างกัน

 

            คราแรกเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 45 หลังจากกลับจากการ เที่ยวภูสอยดาว ได้ประมาณเดือนกว่า     เราก็ชวนน้องสาวคู่หู   น้องชายลูกผู้น้อง และเพื่อน รวมสี่คน เดินทางไปเที่ยว โดยใช้บริการทัวร์ของ ทัวร์ดอย  

 

 

 

 

        คราสอง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 46  เดินทางไปเที่ยวกับคณะทัวร์ของนักศึกษาเอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากสถาบันราชภัฎนครปฐม ซึ่งน้องสาวลูกผู้น้องเรียนอยู่ แล้วนำตั๋วมาจำหน่าย ทริปนี้   อา, น้องชาย, เพื่อนอา สนใจอยากจะไปเที่ยวด้วย เราก็ถือโอกาสกลับไปเที่ยวเยือนอีกครั้ง

 

ประสบการณ์จากท่องเที่ยว

      คราแรก...รู้สึกตื่นเต้น สภาพร่างกายไม่พร้อมนัก ทั้งนอนไม่เพียงพอ ทำเอาเราเกือบจะจอด ถอดใจตั้งแต่ ซำแฮกแล้ว เดินได้สองก้าวหยุด เป็นแบบนี้ตลอด รู้สึกเหนื่อยมากกว่าเมื่อครั้งเดินขึ้นเนินส่งญาติที่ภูสอยดาวเสียอีก  เรากลัวเป็นภาระเพื่อนๆ ก็บอกให้เดินล่วงหน้าไปกันก่อน ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรู้ว่าตัวเองเดินช้าแน่ ก็อาศัยประสบการณ์การไปเที่ยวภูสอยดาวมาประยุกต์ใช้ คือกำหนดย่างเท้าช้า ๆ ไปเรื่อยๆ  เพื่อให้รับกับจังหวะการหายใจของตัวเอง....

     ไปทริปนี้เกิดเหตุการณ์ตลกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ที่คิดทีไรก็อดขำ ตัวเองไม่ได้  เรื่องมีอยู่ว่ากางเกงที่เราใส่มา เป็นผ้าร่ม เราเดินไม่ระวัง ก็ไปเกี่ยวกับต้นไม้ข้างทางเข้า เดิมทีก็ขาดไม่มากนักหรอก  มาขาดเยอะยาวถึงขา ตอนที่เราลุกขึ้นจากม้านั่ง แถวร้านค้า ซำกกโดน  เวรกรรมทำไงดีเนี้ยะ   เสื้อผ้าสัมภาระ ก็จ้างลูกหาบขึ้นไปแล้ว  ก็ไปขอความช่วยเหลือจากแม่ค้า ถามว่ามีด้ายกับเข็มไหม! แม่ค้าบอกไม่มี  ขอยืมกางเกง หรือขอซื้อก็ได้ มีไหม!  แม่ค้าก็ใจดี ช่วยหาให้ บอกว่ามีแต่ผ้าถุง  เราก็คิดกังวลเหมือนกัน ใส่ก็ไม่เป็น  ได้ยินว่าช่วงซำสุดท้ายทางขึ้นชัน แถมมีปีนป่ายด้วย แหม ถ้าเกิดหลุดขึ้นมายุ่งเลย  โชคดีที่แม่ค้าไปหา ได้กางเกงขาสั้นมาให้ยืมใส่ไปก่อน  ดั่งที่เห็นในภาพ  อิอิอิ ทริปนี้กว่าเราจะเดินขึ้นไปถึงที่พักแรม ก็ปาเข้าไป บ่ายสี่โมงกว่าเห็นจะได้ ไปถึงไปนอนท่ามกลางฝูงทาก ต้องคอยระวังตลอด ทำเอาเราเครียด ไม่สบายแทบแย่เลย..............

  

คราสอง... ก่อนเดินทาง กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทริปนี้ขนยาไปเพรียบ เหมือนตู้ยาสามัญประจำบ้านเคลื่อนที่  แถมด้วยยาโด๊ป วิตามินโสม อิอิอิ    จะด้วยพลังโสมหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่ว่าทริปนี้เราเดินขึ้นภูได้สบายๆ  แบบไม่เหนื่อยมากนัก   

แถมยาที่พกมายังสามารถช่วยเหลือนักเดินทางคนอื่นได้ด้วย ระหว่างทางเห็นคนเป็นลม  เราก็จะเข้าไปดู แจกยาหอมให้   เห็นคนล้มเป็นตะคริวที่ขา เห็นอาการเขาแล้วเป็นหนัก ก็ให้ยานวดเขาไปเลย ก็คิดว่า ทริปนี้เราไม่น่ามีปัญหาอะไร   เราก็เคยประสบปัญหาแบบนี้ สุดทรมานเลย   จากที่เคยเป็นผู้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น กลับมาเป็นผู้ให้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ก็ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุขไม่น้อยทีเดียว

ทริปนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอุปสรรค หรือเหตุการณ์อะไรชวนขำเหมือนทริปแรก ซึ่งพวกเราเดินถึงที่ทำการประมาณบ่ายสองโมงกว่าเห็นจะได้ 

 สัมผัสธรรมชาติบนภู...ในฤดูที่แตกต่าง         

          คราแรก ...ไปช่วงวันเปิดภูกระดึงวันแรก คือต้นเดือนตุลาคม 45   ซึ่งก็เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเย็นสบายๆ  ไม่หนาวมาก  

:::ผานกแอ่น:::

   ตอนเช้าตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นไม่ทัน ก็เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างทาง ซึ่งก็ดูสวยงามตาไปอีกแบบ  ไปถึงผานกแอ่น พวกเราก็ได้ชมทะเลหมอกแบบเต็มๆ  ช่างสวยงามประทับใจเราจริงๆ

                

               

                                                                  :::ลานพระแก้ว:::

 

           หลังจากชมทะเลหมอกจุใจแล้ว พวกเราพากันมาเดินเที่ยวชมลานพระแก้ว เข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตกัน   เราเห็นนักท่องเที่ยวกำลังก้ม หรือถ่ายรูปอะไรกันหนอแถวลาน  ด้วยความสงสัยแปลกใจ เดินเข้าไปชมใกล้ๆ  ก็เห็นพวกไลเคน มอส และต้นไม้เล็กๆ ที่เราไม่รู้จัก ขึ้นเป็นกระจุก กระจายเต็มทั่วลาน เราเห็นแล้วอดทึ่งใจในธรรมชาติไม่ได้ ที่จัดตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างลงต้ว ดูแล้วช่างสวยงามจริงๆ 

นอกจากนั้นยังมีดอกเปราะภู ที่ขึ้นตามทางเดิน ซึ่งดูสวยน่ารัก เราเห็นแล้วชอบประทับใจมาก  แต่เสียดายภาพมารโครดอกไม้ต่างๆ ที่เราถ่ายภาพมาออกมาเบลอหมด  

 

 

:::เดินเที่ยวชมน้ำตก:::  

      ช่วงที่เราไปเที่ยวนั้น  น้ำตกพอมีน้ำอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก  ซึ่งเราไม่ค่อยได้ถ่ายภาพน้ำตกนัก   เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน คอยระวังเจ้าน้องทากมาเกาะขา ไม่ได้เกาะแค่ตัวสองตัว เล่นเกาะเป็นฝูงเลยหงะ  ยึ้ยๆๆๆๆๆ บรื้ออออ  นึกถึงแล้วสยอง 

     ช่วงไปน้ำตก พวกเราสี่คนเดินล่วงหน้าไปก่อน เพราะเราเดินช้ากลัวเพื่อนๆ รอ ความที่เดินดุ้ยดุ่ย ไม่สังเกตเส้นทาง ทำให้เราพลัดหลงกับเพื่อนๆ ร่วมทริป  เดินผิดเส้นทาง 

ช่วงระหว่างเดินหลงทาง ก็เครียดหาทางออกกัน เราได้ยินเสียงเหมือนต้นไม้ล้ม แล้วได้ยินเสียง แปร้น เราก็หยุดชะงัก เอ...เสียงเหมือนช้าง ถามน้องกับเพื่อนว่าได้ยินอะไรไหม  ยังไม่ทันได้ตอบ ได้ยินเสียงแปร้นที่สองเท่านั้นแหละ จะอยู่ทำไมล่ะ  พวกเราต่างวิ่งหนีกันกระเจิง  ก็วิ่งมาได้สักพัก คิดว่าน่าจะปลอดภัยกันแล้ว จึงหยุดพักเหนื่อย  นั่งสักพักก็ชวนออกเดินทางกันต่อ  ช่วงระหว่างทางพวกเราได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นแว่วๆ แต่ไกล พวกเราก็รู้สึกดีใจ เดินตามเสียงมาจนพบกับเพื่อนนักท่องเที่ยว ก็รู้สึกโล่งใจ ต่างก็รีบเดิน ไปพบเพื่อนที่สระอโนดาต ตามโปรแกรมในทริป จะมานั่งพักกินข้าวเที่ยงกันที่นี่  พอไปถึงก็พบกลุ่มเพื่อนๆ  ที่มานั่งรอพวกเราเกือบชั่วโมงแล้ว   พวกเรานั้นรู้สึกผิด เกรงใจเพื่อนร่วมทริปมาก 

 :::ผาหล่มสัก:::

จากเส้นทางเที่ยวน้ำตก มาถึงผาหล่มสัก เดินรวมระยะทางกี่กิโลเมตรไม่รู้  รู้แต่เหนื่อยสุดๆ ไม่เคยเดินอะไรมากเท่านี้มาก่อน  ไปทริปนี้มีนักท่องเที่ยวมาเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ตกกันไม่มากนัก  ก็เฝ้ารอไม่นานนักพวกเราก็ได้เห็นพระอาทิตย์อัสดง ว้าวววว ช่างสวยงาม ประทับใจเราจริงๆ  ห้วงเวลานั้นเรากดชัตเตอร์บันทึกภาพทุกชอต แบบไม่รู้สึกเสียดายฟิลม์เลย  เฉพาะมุมพระอาทิตย์ตกรวมแล้วประมาณ 15 ภาพได้

           

 

คลิกที่นี่เพื่อชมภาพและเรื่องเล่า ตอนไปเที่ยวคราสอง เดือนธันวาคม 46 ต่อ หน้าที่ 2>>>>